พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)

อาฏานาฏิยปริตร

อาฏานาฏิยะปะริตตัง / อาฏานาฏิยสูตร (ฉบับสวดในสิบสองตำนาน)

บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า 7 พระองค์และคาถาคุ้มครองที่ท้าวเวสสุวัณถวาย ใช้สวดป้องกันภัยจากอมนุษย์ เป็นตำนานที่ 8 ในสิบสองตำนาน (และตำนานที่ 7 ของเจ็ดตำนาน)

วิปัสสิสสะ นะมัตถุ
จักขุมันตัสสะ สิรีมะโต
สิขิสสะปิ นะมัตถุ
สัพพะภูตานุกัมปิโน
ขอนอบน้อมแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ ผู้มีพระสิริ ขอนอบน้อมแด่พระสิขีพุทธเจ้า ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง
เวสสะภุสสะ นะมัตถุ
นะหาตะกัสสะ ตะปัสสิโน
นะมัตถุ กะกุสันธัสสะ
มาระเสนัปปะมัททิโน
ขอนอบน้อมแด่พระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ชำระกิเลสแล้ว ผู้มีตบะ ขอนอบน้อมแด่พระกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ทรงย่ำยีเสนามาร
โกนาคะมะนัสสะ นะมัตถุ
พราหมะณัสสะ วุสีมะโต
กัสสะปัสสะ นะมัตถุ
วิปปะมุตตัสสะ สัพพะธิ
ขอนอบน้อมแด่พระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้ลอยบาปแล้ว ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ ขอนอบน้อมแด่พระกัสสปพุทธเจ้า ผู้พ้นวิเศษแล้วจากกิเลสทั้งปวง
อังคีระสัสสะ นะมัตถุ
สักยะปุตตัสสะ สิรีมะโต
โย อิมัง ธัมมะมะเทเสสิ
สัพพะทุกขาปะนูทะนัง
ขอนอบน้อมแด่พระอังคีรสพุทธเจ้า (พระโคดม) ผู้เป็นโอรสแห่งศากยราช ผู้มีพระสิริ พระองค์ใดได้ทรงแสดงธรรมนี้ อันเป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวง
เย จาปิ นิพพุตา โลเก
ยะถาภูตัง วิปัสสิสุง
เต ชะนา อะปิสุณา
มะหันตา วีตะสาระทา
อนึ่ง พระพุทธเจ้าเหล่าใดที่ดับกิเลสแล้วในโลก ทรงเห็นแจ้งตามความเป็นจริง พระพุทธเจ้าเหล่านั้นทรงเป็นผู้ไม่ส่อเสียด เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม
หิตัง เทวะมะนุสสานัง
ยัง นะมัสสันติ โคตะมัง
วิชชาจะระณะสัมปันนัง
มะหันตัง วีตะสาระทัง
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมนอบน้อมพระโคดมพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้ทรงเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ผู้ยิ่งใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม
เอเต จัญเญ จะ สัมพุทธา
อะเนกะสะตะโกฏะโย
สัพเพ พุทธา สะมะสะมา
สัพเพ พุทธา มะหิทธิกา
พระสัมพุทธเจ้าเหล่านี้ก็ดี เหล่าอื่นก็ดี นับได้หลายร้อยโกฏิ พระพุทธเจ้าทั้งปวงล้วนเสมอกัน พระพุทธเจ้าทั้งปวงล้วนมีฤทธิ์มาก
สัพเพ ทะสะพะลูเปตา
เวสารัชเชหุปาคะตา
สัพเพ เต ปะฏิชานันติ
อาสะภัณฐานะมุตตะมัง
ทุกพระองค์ประกอบด้วยทศพลญาณ ทรงถึงพร้อมด้วยเวสารัชชญาณ ทุกพระองค์ทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐสุด คือความเป็นผู้องอาจ
สีหะนาทัง นะทันเต เต
ปะริสาสุ วิสาระทา
พรัหมะจักกัง ปะวัตเตนติ
โลเก อัปปะฏิวัตติยัง
พระพุทธเจ้าเหล่านั้นทรงบันลือสีหนาทอย่างแกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท ทรงยังพรหมจักร (ธรรมจักร) ให้เป็นไปในโลก อันใครๆ ให้หมุนกลับไม่ได้
อุเปตา พุทธะธัมเมหิ
อัฏฐาระสะหิ นายะกา
ทวัตติงสะลักขะณูเปตา
สีตยานุพยัญชะนาธะรา
พระผู้นำเหล่านั้นทรงประกอบด้วยพุทธธรรม 18 ประการ ทรงประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ และอนุพยัญชนะ 80 ประการ
พยามัปปะภายะ สุปปะภา
สัพเพ เต มุนิกุญชะรา
พุทธา สัพพัญญุโน เอเต
สัพเพ ขีณาสะวา ชินา
ทุกพระองค์มีพระรัศมีงามแผ่ไปโดยรอบวาหนึ่ง เป็นพระมุนีผู้ประเสริฐดุจช้าง ทรงเป็นพระสัพพัญญู เป็นผู้สิ้นอาสวะ เป็นผู้ชนะ
มะหัปปะภา มะหาเตชา
มะหาปัญญา มะหัพพะลา
มะหาการุณิกา ธีรา
สัพเพสานัง สุขาวะหา
ทรงมีพระรัศมีมาก มีพระเดชมาก มีพระปัญญามาก มีพระกำลังมาก มีพระมหากรุณา เป็นนักปราชญ์ นำความสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง
ทีปา นาถา ปะติฏฐา จะ
ตาณา เลณา จะ ปาณินัง
คะตี พันธู มะหัสสาสา
สะระณา จะ หิเตสิโน
ทรงเป็นดุจเกาะ เป็นที่พึ่ง เป็นที่พำนัก เป็นที่ต้านทาน เป็นที่หลบภัยของสัตว์ทั้งหลาย เป็นที่ไป เป็นเผ่าพันธุ์ เป็นที่ยินดีอย่างยิ่ง เป็นสรณะ และทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
สะเทวะกัสสะ โลกัสสะ
สัพเพ เอเต ปะรายะนา
เตสาหัง สิระสา ปาเท
วันทามิ ปุริสุตตะเม
ทุกพระองค์ทรงเป็นที่พึ่งอาศัยของชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก ข้าพเจ้าขอกราบพระบาทของพระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษสูงสุดเหล่านั้นด้วยเศียรเกล้า
วะจะสา มะนะสา เจวะ
วันทาเมเต ตะถาคะเต
สะยะเน อาสะเน ฐาเน
คะมะเน จาปิ สัพพะทา
ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้พระตถาคตเจ้าเหล่านั้น ทั้งด้วยวาจาและด้วยใจ ในทุกเวลา ทั้งในยามนอน ยามนั่ง ยามยืน และยามเดิน
สะทา สุเขนะ รักขันตุ
พุทธา สันติกะรา ตุวัง
เตหิ ตวัง รักขิโต สันโต
มุตโต สัพพะภะเยนะ จะ
ขอพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงสร้างสันติ จงรักษาท่านให้อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ ท่านอันพระพุทธเจ้าเหล่านั้นรักษาแล้ว จงเป็นผู้พ้นจากภัยทั้งปวง
สัพพะโรคะวินิมุตโต
สัพพะสันตาปะวัชชิโต
สัพพะเวระมะติกกันโต
นิพพุโต จะ ตุวัง ภะวะ
ขอท่านจงพ้นจากโรคทั้งปวง เว้นจากความเร่าร้อนทั้งปวง ล่วงพ้นเวรทั้งปวง และเป็นผู้ดับเย็น (มีความสุข) เถิด
เตสัง สัจเจนะ สีเลนะ
ขันติเมตตาพะเลนะ จะ
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ด้วยสัจจะ ด้วยศีล ด้วยกำลังแห่งขันติและเมตตาของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น ขอท่านเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุขเถิด
ปุรัตถิมัสมิง ทิสาภาเค
สันติ ภูตา มะหิทธิกา
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ในทิศตะวันออก มีภูตทั้งหลายผู้มีฤทธิ์มาก ขอภูตเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
ทักขิณัสมิง ทิสาภาเค
สันติ เทวา มะหิทธิกา
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ในทิศใต้ มีเทวดาทั้งหลายผู้มีฤทธิ์มาก ขอเทวดาเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
ปัจฉิมัสมิง ทิสาภาเค
สันติ นาคา มะหิทธิกา
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ในทิศตะวันตก มีนาคทั้งหลายผู้มีฤทธิ์มาก ขอนาคเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
อุตตะรัสมิง ทิสาภาเค
สันติ ยักขา มะหิทธิกา
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ในทิศเหนือ มียักษ์ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์มาก ขอยักษ์เหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
ปุริมะทิสัง ธะตะรัฏโฐ
ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก
ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข
กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง
ท้าวธตรฐรักษาทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหกรักษาทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์รักษาทิศตะวันตก ท้าวกุเวรรักษาทิศเหนือ
จัตตาโร เต มะหาราชา
โลกะปาลา ยะสัสสิโน
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
ท้าวมหาราชทั้งสี่นั้น เป็นผู้รักษาโลก มียศ ขอท่านเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
อากาสัฏฐา จะ ภุมมัฏฐา
เทวา นาคา มะหิทธิกา
เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ
อาโรคเยนะ สุเขนะ จะ
เทวดาและนาคผู้มีฤทธิ์มาก ทั้งที่สถิตในอากาศและที่สถิตบนพื้นดิน ขอท่านเหล่านั้นจงตามรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากโรคและมีความสุข
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
พุทโธ เม สะระณัง วะรัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
สังโฆ เม สะระณัง วะรัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก
วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ
ระตะนัง พุทธะสะมัง นัตถิ
ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต
รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิดในโลก รัตนะที่เสมอด้วยพระพุทธเจ้าไม่มี เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก
วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ
ระตะนัง ธัมมะสะมัง นัตถิ
ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต
รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิดในโลก รัตนะที่เสมอด้วยพระธรรมไม่มี เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก
วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ
ระตะนัง สังฆะสะมัง นัตถิ
ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต
รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิดในโลก รัตนะที่เสมอด้วยพระสงฆ์ไม่มี เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
สักกัตวา พุทธะระตะนัง
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
หิตัง เทวะมะนุสสานัง
พุทธะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ
ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต
เพราะได้เคารพพระพุทธรัตนะ อันเป็นโอสถอันสูงสุดประเสริฐ เกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสวัสดีจงมี ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป ขอทุกข์ของท่านจงสงบระงับ
สักกัตวา ธัมมะระตะนัง
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
ปะริฬาหูปะสะมะนัง
ธัมมะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ
ภะยา วูปะสะเมนตุ เต
เพราะได้เคารพพระธรรมรัตนะ อันเป็นโอสถอันสูงสุดประเสริฐ เป็นเครื่องระงับความเร่าร้อน ด้วยเดชแห่งพระธรรม ขอความสวัสดีจงมี ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป ขอภัยของท่านจงสงบระงับ
สักกัตวา สังฆะระตะนัง
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง
สังฆะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ
โรคา วูปะสะเมนตุ เต
เพราะได้เคารพพระสังฆรัตนะ อันเป็นโอสถอันสูงสุดประเสริฐ เป็นผู้ควรแก่ของบูชาและควรแก่การต้อนรับ ด้วยเดชแห่งพระสงฆ์ ขอความสวัสดีจงมี ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป ขอโรคของท่านจงสงบระงับ
สัพพีติโย วิวัชชันตุ
สัพพะโรโค วินัสสะตุ
มา เต ภะวัตวันตะราโย
สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
ขอความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป ขอโรคทั้งปวงจงพินาศไป ขออันตรายอย่าได้มีแก่ท่าน ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืนยาว
อะภิวาทะนะสีลิสสะ
นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ
อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง
ธรรม 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์

ที่มาของบทสวด

ต้นเค้าคืออาฏานาฏิยสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (พระไตรปิฎกเล่ม 11) ซึ่งท้าวเวสสุวัณถวายคาถา 'อาฏานาฏิยรักขา' แด่พระพุทธเจ้าเพื่อคุ้มครองภิกษุจากอมนุษย์ ส่วนฉบับที่สวดในสิบสองตำนานของไทยเป็นฉบับย่อและเรียบเรียงใหม่โดยโบราณาจารย์ในลังกา/สยาม โดยคงส่วนนอบน้อมพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ไว้ และเพิ่มคาถาสรรเสริญพระพุทธคุณ คาถาท้าวจตุโลกบาล และคาถาอวยพร (สัพพีติโย, อะภิวาทะนะสีลิสสะ) ต่อท้าย

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

อาฏานาฏิยปริตร เป็นตำนานที่ 8 ของสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) และตำนานที่ 7 (บทสุดท้าย) ของเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) ตามตำนานในอาฏานาฏิยสูตร ท้าวเวสสุวัณ (ท้าวกุเวร) พร้อมท้าวมหาราชอีก 3 องค์เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ ภูเขาคิชฌกูฏ กราบทูลว่ายักษ์และอมนุษย์บางพวกไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อาจเบียดเบียนภิกษุที่ไปอยู่ป่าเปลี่ยว จึงถวาย 'อาฏานาฏิยรักขา' ซึ่งเป็นคาถาที่ยักษ์ทั้งหลายในเมืองอาฏานาฏาร่วมกันผูกขึ้น เมื่อสวดแล้วอมนุษย์ที่ยังไม่เลื่อมใสจะไม่กล้าทำร้าย

เนื้อหาฉบับสวดเริ่มด้วยการนอบน้อมพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ในภัททกัป (วิปัสสี สิขี เวสสภู กกุสันธะ โกนาคมนะ กัสสปะ และโคดม) ต่อด้วยคาถาสรรเสริญพระพุทธคุณ คาถาขอให้ภูต เทวดา นาค ยักษ์ และท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ทิศคุ้มครอง และปิดท้ายด้วยคำสัตย์ว่าพระรัตนตรัยเป็นสรณะ กับคาถาอวยพร

อานิสงส์และความเชื่อ: ถือเป็นบทป้องกันภัยจากภูตผีปีศาจ อมนุษย์ ยักษ์ และสิ่งลี้ลับ ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บ นิยมสวดในพิธี 'สวดภาณยักษ์' (มหาสมัย–อาฏานาฏิยะ) เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลและสะเดาะเคราะห์ประจำปี และใช้ในการเจริญพระพุทธมนต์ทำน้ำพระพุทธมนต์ทั่วไป

ข้อสังเกต: ฉบับเต็มในพระไตรปิฎกยาวกว่านี้มาก ฉบับสวดของไทยตัดเหลือเฉพาะส่วนสำคัญ ผู้ที่ไม่ถนัดสวดทั้งบทนิยมสวดเฉพาะ 7 คาถาแรก (วิปัสสิสสะ นะมัตถุ … สัพพะทุกขาปะนูทะนัง) ซึ่งเป็นแก่นของบท ในการสวดวันเกิดวันศุกร์ก็ใช้ส่วนนี้

สิบสองตำนานภาณยักษ์ป้องกันภูตผีท้าวเวสสุวัณพระพุทธเจ้า 7 พระองค์