งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล

พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ บทที่ 1 พระสังคิณี

ธัมมสังคณี (กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา)

บทสวดพระอภิธรรมคัมภีร์แรก ว่าด้วยการจำแนกธรรมเป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต และองค์ประกอบของกุศลจิต

กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา
ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากฤต (ไม่ใช่กุศลไม่ใช่อกุศล)
กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง โหติ โสมะนัสสะสะหะคะตัง ญาณะสัมปะยุตตัง รูปารัมมะณัง วา สัททารัมมะณัง วา คันธารัมมะณัง วา ระสารัมมะณัง วา โผฏฐัพพารัมมะณัง วา ธัมมารัมมะณัง วา ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
ธรรมที่เป็นกุศลเป็นไฉน ในสมัยใด กุศลจิตฝ่ายกามาวจร (ท่องเที่ยวอยู่ในกาม) ที่ประกอบด้วยโสมนัส ประกอบด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยปรารภอารมณ์ คือ รูปารมณ์ก็ดี สัททารมณ์ (เสียง) ก็ดี คันธารมณ์ (กลิ่น) ก็ดี รสารมณ์ก็ดี โผฏฐัพพารมณ์ (สิ่งสัมผัสกาย) ก็ดี ธรรมารมณ์ก็ดี หรือปรารภอารมณ์ใด ๆ ก็ตาม
ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ เย วา ปะนะ ตัสมิง สะมะเย อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา อะรูปิโน ธัมมา อิเม ธัมมา กุสะลา
ในสมัยนั้น ผัสสะย่อมมี ความไม่ฟุ้งซ่านย่อมมี หรือธรรมที่ไม่มีรูปแม้เหล่าอื่นใดที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้นในสมัยนั้นมีอยู่ ธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล

ที่มาของบทสวด

พระไตรปิฎก พระอภิธรรมปิฎก – บทสวดยกเฉพาะข้อความตอนต้น (มาติกาหรือบทตั้ง) ของแต่ละคัมภีร์มาสวด ธรรมเนียมการสวด 7 คัมภีร์ในงานศพเป็นประเพณีไทย – บทนี้มาจากพระอภิธรรมปิฎก เล่ม 1 ธัมมสังคณี ติกมาติกาข้อแรก (กุสลติกะ) และจิตตุปปาทกัณฑ์ (กามาวจรกุศลจิตดวงที่ 1)

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

พระสังคิณี หรือธัมมสังคณี เป็นคัมภีร์แรกของพระอภิธรรมปิฎก มีเนื้อหาว่าด้วยการรวบรวมและจำแนกธรรม (สภาวธรรม) ออกเป็นหมวดหมู่ โดยตั้งแม่บทเป็นหมวด 3 (ติกมาติกา) 22 หมวด และหมวด 2 (ทุกมาติกา) 100 หมวด แม่บทข้อแรกและสำคัญที่สุดคือ กุสลติกะ จำแนกธรรมทั้งปวงเป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต บทสวดยกข้อความตอนต้นของคัมภีร์ คือแม่บทกุสลติกะ และคำอธิบายกุศลจิตดวงแรกของกามาวจรภูมิ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับความยินดี (โสมนัส) และปัญญา (ญาณ) เมื่ออาศัยอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โดยมีผัสสะเป็นต้นและมีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นที่สุด (คัมภีร์เต็มแจกแจงเจตสิกที่เกิดร่วมกว่า 50 ประการ บทสวดย่อไว้เพียงต้นกับปลาย)

ใจความสำหรับผู้ฟัง บทนี้ชี้ให้เห็นว่าจิตที่ดีงามเกิดขึ้นได้จากการรับรู้อารมณ์ด้วยความยินดีที่ประกอบด้วยปัญญา และจิตทุกดวงล้วนเกิดจากธรรมหลายอย่างประชุมกันตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตัวตนที่คงอยู่ จึงเหมาะแก่การพิจารณาในงานศพ

ธรรมเนียมการสวดพระอภิธรรมในงานศพไทย พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ในตอนค่ำของงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยสวดหัวข้อ (มาติกา) ของแต่ละคัมภีร์ตามลำดับตั้งแต่พระสังคิณีถึงพระมหาปัฏฐาน จบแล้วเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าและอนุโมทนา นิยมสวดคืนละ 4 จบ (บางแห่งสวด 1-3 จบ) ติดต่อกัน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ตามฐานะและประเพณีท้องถิ่น ความเชื่อว่าการสวดพระอภิธรรมมีที่มาจากเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 การสวดในงานศพจึงถือเป็นการแสดงกตัญญูต่อผู้ล่วงลับตามแบบพระพุทธองค์ และเป็นการเตือนใจผู้ฟังให้เห็นว่าชีวิตเป็นเพียงกลุ่มธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยแล้วดับไป

ข้อสังเกต พระสังคิณีเป็นบทที่สวดเป็นบทแรกเสมอ และ "กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา" ยังเป็นข้อความเปิดของบทมาติกาที่ใช้สวดบังสุกุลและบทสวดแจงในส่วนพระอภิธรรมด้วย

พระอภิธรรมงานศพสวดศพธัมมสังคณีงานอวมงคล