อภิณหปัจจเวกขณปาฐะ
อะภิณหะปัจจะเวกขะณะปาฐะ, ปัญจอภิณหปัจจเวกขณ์, ชะราธัมโมมหิ
บทประกอบท้ายทำวัตร พิจารณาเนือง ๆ 5 ประการ ว่าเรามีความแก่ เจ็บ ตาย พลัดพราก เป็นธรรมดา และมีกรรมเป็นของตน
ยัง กัมมัง กะริสสามิ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ,
เราทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น,
ที่มาของบทสวด
พระบาลีจากอภิณหปัจจเวกขิตัพพฐานสูตร (ฐานสูตร) อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นฐานะ 5 ประการที่ทั้งสตรี บุรุษ คฤหัสถ์ และบรรพชิต ควรพิจารณาเนือง ๆ บทสวดปรับจากรูป "ชะราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโตติ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง" ให้เป็นบทสวดต่อเนื่อง
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทประกอบท้ายทำวัตร สวดหลังทำวัตรเช้าหรือเย็นตามธรรมเนียมของแต่ละวัด "อภิณหปัจจเวกขณ์" แปลว่าข้อที่ควรพิจารณาเนือง ๆ มี 5 ประการ คือ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก และความที่มีกรรมเป็นของตน สี่ข้อแรกเป็นการยอมรับความจริงของชีวิตที่ไม่มีใครหลีกพ้น ส่วนข้อที่ห้าเป็นหลักกรรมที่ชี้ว่าสุขทุกข์ในชีวิตเป็นผลจากการกระทำของตนเอง
อานิสงส์ตามพระสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้พิจารณาข้อเหล่านี้เนือง ๆ ย่อมละหรือบรรเทาความมัวเมาในวัยหนุ่มสาว ความมัวเมาในความไม่มีโรค ความมัวเมาในชีวิต ความกำหนัดยินดีในของรัก และการประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ และเมื่อพิจารณาบ่อยเข้าจนเกิดปัญญาแจ่มแจ้งในอริยมรรค ย่อมละสังโยชน์และอนุสัยได้
โอกาสที่ใช้ นิยมสวดเป็นประจำในวัดและสำนักปฏิบัติธรรม และใช้สวดในงานศพเพื่อเตือนใจผู้มาร่วมงานถึงความไม่เที่ยงของชีวิต คฤหัสถ์ทั่วไปนิยมนำมาสวดก่อนนอนเพื่อฝึกความไม่ประมาท ผู้หญิงเปลี่ยน "อะนะตีโต" เป็น "อะนะตีตา" ในหนังสือสวดมนต์บางฉบับใส่คำแปลสลับทีละวรรค และบางฉบับเรียกว่า "บทพิจารณาธรรม 5 ประการ" หรือ "ปัญจอภิณหปัจจเวกขณ์"