งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล
บทบังสุกุลเป็น (อะจิรัง วะตะยัง กาโย)
ชีวบังสุกุล / บังสุกุลคนเป็น
คาถาสวดบังสุกุลให้คนเป็นในพิธีต่ออายุหรือสะเดาะเคราะห์ ว่าด้วยกายนี้ไม่ช้าจะนอนทับแผ่นดิน
ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง
ถูกทอดทิ้ง ปราศจากวิญญาณ ดุจท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์
ที่มาของบทสวด
พระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท จิตตวรรค คาถาที่ 41 (ตรัสปรารภพระติสสเถระผู้มีกายเน่า ตามอรรถกถาธรรมบท) ธรรมเนียมบังสุกุลเป็นเป็นประเพณีไทย
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทบังสุกุลเป็น คือคาถาที่พระสงฆ์สวดในพิธี "บังสุกุลเป็น" หรือ "บังสุกุลคนเป็น" ซึ่งเป็นประเพณีไทยที่ผู้ป่วยหนัก ผู้มีเคราะห์ หรือผู้ที่ทำบุญอายุ นอนลงหรือนั่งแล้วคลุมด้วยผ้าขาว ให้พระสงฆ์ชักผ้าบังสุกุลเสมือนว่าตายไปแล้ว เพื่อสะเดาะเคราะห์และต่ออายุ พระสงฆ์จะสวดบทบังสุกุลตาย (อะนิจจา วะตะ สังขารา) ก่อน แล้วจึงชักผ้าออกพร้อมสวดบทบังสุกุลเป็น (อะจิรัง วะตะยัง กาโย) เป็นสัญลักษณ์ว่าได้ตายจากเคราะห์เก่าแล้วเกิดใหม่มีชีวิตต่อไป
ใจความ คาถานี้เป็นพระพุทธพจน์ในธรรมบทว่า ไม่นานนักกายนี้จะนอนทับแผ่นดิน ถูกทิ้งไว้ ปราศจากวิญญาณ ไม่มีค่ายิ่งกว่าท่อนไม้ผุ เป็นการสอนมรณสติให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ประมาท เร่งทำความดี ตามอรรถกถาเล่าว่าตรัสแก่พระติสสเถระที่ป่วยด้วยโรคผิวหนังจนภิกษุอื่นทอดทิ้ง พระพุทธเจ้าทรงพยาบาลด้วยพระองค์เองแล้วแสดงคาถานี้ พระเถระบรรลุอรหัตตผลก่อนปรินิพพาน
โอกาสที่ใช้ พิธีทำบุญอายุ (โดยเฉพาะอายุครบ 60, 72, 84 ปี) พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีต่ออายุผู้ป่วย และการสวดนพเคราะห์ บางแห่งใช้ในพิธีสืบชะตาของภาคเหนือด้วย
ข้อสังเกต พิธีบังสุกุลเป็นนิยมทำต่อจากการเจริญพระพุทธมนต์ในงานมงคล จัดผ้าขาวหรือผ้าไตรสำหรับทอดโดยเฉพาะ และมักถวายผ้านั้นแด่พระสงฆ์เป็นสังฆทานต่อไป