พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)

เทวตาอุยโยชนคาถา

เทวะตาอุยโยชะนะคาถา / ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา / บทส่งเทวดา

คาถาแผ่ส่วนกุศลและส่งเทวดาที่มาชุมนุมฟังพระปริตรกลับ พร้อมอวยพรให้สัตว์ทั้งปวงพ้นทุกข์ ใช้ปิดท้ายการเจริญพระพุทธมนต์

ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา
ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา
โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา
โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน
ขอสัตว์ทั้งปวงที่ถึงทุกข์ จงพ้นจากทุกข์ ที่ถึงภัย จงพ้นจากภัย ที่ถึงความโศก จงพ้นจากความโศก
เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ
สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง
สัพเพ เทวานุโมทันตุ
สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
ขอเทวดาทั้งปวงจงอนุโมทนาบุญสมบัติที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สั่งสมไว้เพียงเท่านี้ เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวง
ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ
สีลัง รักขันตุ สัพพะทา
ภาวะนาภิระตา โหนตุ
คัจฉันตุ เทวะตาคะตา
ขอท่านทั้งหลายจงให้ทานด้วยศรัทธา จงรักษาศีลทุกเมื่อ จงยินดีในภาวนา เทวดาทั้งหลายที่มาแล้ว ขอเชิญกลับได้
สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา
ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง
อะระหันตานัญจะ เตเชนะ
รักขัง พันธามิ สัพพะโส
ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวงผู้ทรงถึงพร้อมด้วยกำลัง ด้วยกำลังแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้า และด้วยเดชแห่งพระอรหันต์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอผูกความคุ้มครองไว้โดยประการทั้งปวง

ที่มาของบทสวด

บทที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีสวดพระปริตร (ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก) เป็นคู่กับบทชุมนุมเทวดา (สัคเค กาเม จะ รูเป) ที่ใช้อัญเชิญเทวดาตอนต้น

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

เทวตาอุยโยชนคาถา แปลว่า 'คาถาส่งเทวดา' เมื่อเริ่มเจริญพระพุทธมนต์จะมีบทชุมนุมเทวดาเชิญเทวดามาฟังธรรม บทนี้จึงเป็นการอวยพร แผ่ส่วนกุศล เชิญชวนให้เทวดาและผู้ฟังทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แล้วส่งเทวดากลับ ปิดท้ายด้วยการ 'ผูกรักษา' (รักขัง พันธามิ) ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์

โอกาสที่ใช้: สวดต่อจากอภยปริตรหรือท้ายชุดพระปริตรในงานมงคลทุกประเภท ทั้งเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน ในหนังสือสวดมนต์บางฉบับแยกคาถา 'สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา' ออกเป็นบทของตัวเอง

ข้อสังเกต: คาถาแรก 'ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา' นิยมนำไปใช้เป็นบทแผ่เมตตาสั้นๆ ในการทำวัตรและการภาวนาส่วนตัวด้วย

ปิดท้ายพระปริตรส่งเทวดาแผ่ส่วนกุศลเจ็ดตำนานสิบสองตำนาน