พุทธานุสสติ (ทำวัตรเย็น)
พุทธานุสสะติ, ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง
บทที่ 3 ของทำวัตรเย็น (ต่อจากคำบูชาพระรัตนตรัยและนะโม) ระลึกถึงพระพุทธคุณ 9 ประการตามเสียงสรรเสริญที่ขจรไปในโลก
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู,
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.
ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก,
ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ตื่นผู้เบิกบาน ทรงเป็นผู้จำแนกธรรม ดังนี้.
ที่มาของบทสวด
พระบาลีจากพระสูตร ท่อน "ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต" เป็นสำนวนขึ้นต้นในหลายพระสูตร เช่น สามัญญผลสูตร โสณทัณฑสูตร (ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค) ตามด้วยพระพุทธคุณ 9 (อิติปิ โส) ซึ่งปรากฏทั่วไปในพระไตรปิฎก เช่น ธชัคคสูตร
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทที่ 3 ของทำวัตรเย็น ทำวัตรเย็นเริ่มด้วยคำบูชาพระรัตนตรัย (โย โส ภะคะวา…) และปุพพภาคนมการ (นะโม 3 จบ) เช่นเดียวกับทำวัตรเช้า จากนั้นจึงสวดบทพุทธานุสสตินี้เป็นบทแรกที่ต่างจากภาคเช้า "พุทธานุสสติ" แปลว่าการตามระลึกถึงพระพุทธเจ้า เนื้อหาคือคำประกาศพระพุทธคุณ 9 ประการที่พระสูตรบันทึกไว้ว่าเป็น "กิตติศัพท์อันงาม" ที่แพร่ไปทั่วในสมัยพุทธกาล ทำให้ผู้คนเดินทางมาเฝ้าและฟังธรรม
บทนี้คือบท "อิติปิ โส" ที่ชาวพุทธไทยคุ้นเคย ตามคัมภีร์วิสุทธิมรรค พุทธานุสสติเป็นกรรมฐาน 1 ใน 40 กอง ผู้เจริญอยู่เสมอย่อมมีจิตเคารพยำเกรงในพระศาสดา มีสติ มีปัญญา มีปีติ อดทนต่อความกลัวและความทุกข์ได้ และรู้สึกเหมือนอยู่ต่อพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า
โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเย็นทุกวัน คู่กับบทพุทธาภิคีติที่ตามมา นอกจากนี้บท "อิติปิ โส" ยังใช้สวดเดี่ยว ๆ เป็นบทพระพุทธคุณในการสวดมนต์ทั่วไป และนิยมสวดหลายจบเพื่อความเป็นสิริมงคล