ทำวัตรเช้า – ทำวัตรเย็น

พุทธาภิคีติ

พุทธาภิคีติ, พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต

บทที่ 4 ของทำวัตรเย็น คาถาขับร้องสรรเสริญพระพุทธเจ้า มอบกายถวายชีวิตเป็นทาสของพระพุทธเจ้า และขอขมาโทษที่ล่วงเกิน

(ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส.
(ผู้นำสวด) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าเถิด.
พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต,
สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต,
โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร,
วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง.
พระพุทธเจ้าทรงประกอบด้วยพระคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณเป็นต้น,
ทรงมีพระองค์ประกอบพร้อมด้วยพระญาณอันบริสุทธิ์ยิ่งและพระกรุณา,
พระองค์ใดทรงยังหมู่ชนผู้ดีงามให้เบิกบาน ดุจดวงอาทิตย์ยังดอกบัวให้บานฉะนั้น,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระชินเจ้าผู้ปราศจากกิเลสพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า.
พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นที่ตั้งแห่งอนุสสติข้อที่หนึ่ง ด้วยเศียรเกล้า,
พุทธัสสาหัสมิ ทาโส (หญิงว่า ทาสี) วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร,
พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนายผู้เป็นใหญ่ของข้าพเจ้า,
พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้กำจัดทุกข์ และทรงเป็นผู้จัดสรรประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า,
พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง (หญิงว่า วันทันตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง,
ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตามความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้านั่นเทียว,
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง,
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (หญิงว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้พระพุทธเจ้าอยู่ ได้สั่งสมแล้วในที่นี้,
ด้วยเดชแห่งบุญนั้น ขออันตรายทั้งปวงจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า.
(หมอบกราบ)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ.
(หมอบกราบ)
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระพุทธเจ้า,
ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจก็ตาม,
ขอพระพุทธเจ้าโปรดทรงรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น,
เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป.

ที่มาของบทสวด

คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก คาถาแรกเป็นวสันตดิลกฉันท์ ท่อน "พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง…" และคำขอขมา "กาเยนะ วาจายะ วะ…" เป็นคาถาที่ใช้กันมาในลังกาและไทยมาแต่โบราณ เชื่อกันว่ารวบรวมเข้าเป็นบททำวัตรเย็นในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงสมัยรัชกาลที่ 4

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทที่ 4 ของทำวัตรเย็น "พุทธาภิคีติ" แปลว่าคาถาขับร้องสรรเสริญพระพุทธเจ้า สวดต่อจากพุทธานุสสติ เป็นบทแรกในชุด "อภิคีติ" 3 บทของทำวัตรเย็น (พุทธาภิคีติ ธัมมาภิคีติ สังฆาภิคีติ) ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนกัน คือ (1) คาถาสรรเสริญคุณ (2) คำประกาศว่าพระรัตนะนั้นเป็นสรณะอันเกษม (3) คำมอบกายถวายชีวิตเป็นทาส (4) คำสัตยาธิษฐานขอให้เจริญในพระศาสนาและพ้นอันตราย (5) คำขอขมาโทษที่ล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ

ความหมายสำคัญของบทนี้คือการยอมมอบตนอย่างสิ้นเชิงต่อพระพุทธเจ้า ("พุทธัสสาหัสมิ ทาโส วะ" ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า) ซึ่งหมายถึงการตั้งใจปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนอย่างไม่มีเงื่อนไข และท่อนขอขมาเป็นการชำระจิตใจก่อนจบวัน หากได้ล่วงเกินพระรัตนตรัยโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเย็นทุกวัน ตามด้วยธัมมานุสสติ ทำนองสวดในวัดไทยนิยมสวดแบบสรภัญญะยืดเสียงตามฉันทลักษณ์

ข้อสังเกต คาถาบทแรกเป็นวสันตดิลกฉันท์ ท่อนกลางเป็นปัฐยาวัตร ส่วนคำขอขมาท้ายบท (กาเยนะ วาจายะ วะ…) เป็นอุปชาติฉันท์ 11 พยางค์ ผู้หญิงเปลี่ยนคำว่า "ทาโส" เป็น "ทาสี" และ "วันทันโตหัง" เป็น "วันทันตีหัง" ท่อนสุดท้าย "กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา…" เป็นคำขอขมาโทษ นิยมสวดขณะหมอบกราบลง (หมอบกราบ) แล้วจึงลุกขึ้นนั่งต่อ

ทำวัตรเย็นสรรเสริญพระพุทธเจ้าขอขมาคาถา