ทำวัตรเช้า – ทำวัตรเย็น

ธัมมาภิคีติ

ธัมมาภิคีติ, สวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย

บทที่ 6 ของทำวัตรเย็น คาถาขับร้องสรรเสริญพระธรรม มอบกายถวายชีวิตแด่พระธรรม และขอขมาโทษที่ล่วงเกิน

(ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส.
(ผู้นำสวด) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาสรรเสริญพระธรรมเถิด.
สวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย,
โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท,
ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี,
วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง.
พระธรรมเป็นสิ่งประเสริฐ เพราะประกอบด้วยคุณ มีความเป็นธรรมที่ตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น,
พระธรรมใดจำแนกเป็นมรรค ผล ปริยัติ และวิมุตติ (นิพพาน),
พระธรรมใดทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรมนั้น มิให้ตกไปสู่โลกที่ชั่ว,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น ซึ่งเป็นเครื่องขจัดความมืด.
ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
พระธรรมใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมนั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอนุสสติข้อที่สอง ด้วยเศียรเกล้า,
ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส (หญิงว่า ทาสี) วะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร,
ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม พระธรรมเป็นนายผู้เป็นใหญ่ของข้าพเจ้า,
พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และเป็นเครื่องจัดสรรประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า,
ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง (หญิงว่า วันทันตีหัง) จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง,
ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระธรรม,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตามความเป็นธรรมอันดีของพระธรรมนั่นเทียว,
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง,
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (หญิงว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้พระธรรมอยู่ ได้สั่งสมแล้วในที่นี้,
ด้วยเดชแห่งบุญนั้น ขออันตรายทั้งปวงจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า.
(หมอบกราบ)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม.
(หมอบกราบ)
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระธรรม,
ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจก็ตาม,
ขอพระธรรมโปรดรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น,
เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระธรรม ในกาลต่อไป.

ที่มาของบทสวด

คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก โครงสร้างเดียวกับพุทธาภิคีติ รวบรวมไว้ในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงของไทยเป็นบททำวัตรเย็น

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทที่ 6 ของทำวัตรเย็น "ธัมมาภิคีติ" คือคาถาขับร้องสรรเสริญพระธรรม สวดต่อจากธัมมานุสสติ มีโครงสร้างเหมือนพุทธาภิคีติทุกประการ เพียงเปลี่ยนจากพระพุทธเจ้าเป็นพระธรรม คาถาแรกแสดงว่าพระธรรมประเสริฐเพราะมีคุณ 6 ประการ จำแนกได้เป็น 4 คือ มรรค 4 ผล 4 ปริยัติ (พระไตรปิฎก) และวิมุตติคือนิพพาน (รวมเรียก "นวโลกุตตรธรรมและปริยัติ") และมีความหมายตามศัพท์ "ธัมมะ" ว่า "ทรงไว้" คือรักษาผู้ปฏิบัติมิให้ตกไปในอบาย

ท่อนต่อมาเป็นคำประกาศว่าพระธรรมเป็นสรณะอันเกษมสูงสุด มอบกายถวายชีวิตเป็นทาสของพระธรรม ตั้งสัตยาธิษฐาน และขอขมาโทษที่ล่วงเกินพระธรรม เช่น การไม่เคารพคัมภีร์หรือปฏิบัติผิดจากคำสอน

โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเย็นทุกวัน ก่อนสังฆานุสสติ

ข้อสังเกต คาถาบทแรกเป็นวสันตดิลกฉันท์ ท่อนกลางเป็นปัฐยาวัตร ส่วนคำขอขมาท้ายบท (กาเยนะ วาจายะ วะ…) เป็นอุปชาติฉันท์ 11 พยางค์ ผู้หญิงเปลี่ยนคำว่า "ทาโส" เป็น "ทาสี" และ "วันทันโตหัง" เป็น "วันทันตีหัง" ท่อนสุดท้าย "กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา…" เป็นคำขอขมาโทษ นิยมสวดขณะหมอบกราบลง (หมอบกราบ) แล้วจึงลุกขึ้นนั่งต่อ

ทำวัตรเย็นสรรเสริญพระธรรมขอขมาคาถา