ทำวัตรเช้า – ทำวัตรเย็น

สังฆาภิคีติ

สังฆาภิคีติ, สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต

บทที่ 8 (บทสุดท้ายในส่วนหลัก) ของทำวัตรเย็น คาถาขับร้องสรรเสริญพระสงฆ์ มอบกายถวายชีวิต และขอขมาโทษที่ล่วงเกิน

(ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส.
(ผู้นำสวด) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาสรรเสริญพระสงฆ์เถิด.
สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต,
โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ,
สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต,
วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง.
พระสงฆ์ผู้เกิดจากพระสัทธรรม ประกอบด้วยคุณมีความปฏิบัติดีเป็นต้น,
หมู่ใดเป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคล 8 จำพวก อันประเสริฐสุด,
มีกายและจิตอันมีธรรมประเสริฐมีศีลเป็นต้นเป็นที่อาศัย,
ข้าพเจ้าขอไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้น ผู้บริสุทธิ์ดียิ่ง.
สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
พระสงฆ์หมู่ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น ผู้เป็นที่ตั้งแห่งอนุสสติข้อที่สาม ด้วยเศียรเกล้า,
สังฆัสสาหัสมิ ทาโส (หญิงว่า ทาสี) วะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร,
สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นนายผู้เป็นใหญ่ของข้าพเจ้า,
พระสงฆ์เป็นผู้กำจัดทุกข์ และเป็นผู้จัดสรรประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า,
สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง (หญิงว่า วันทันตีหัง) จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง,
ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตามความปฏิบัติดีของพระสงฆ์นั่นเทียว,
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง,
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (หญิงว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้พระสงฆ์อยู่ ได้สั่งสมแล้วในที่นี้,
ด้วยเดชแห่งบุญนั้น ขออันตรายทั้งปวงจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า.
(หมอบกราบ)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.
(หมอบกราบ)
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระสงฆ์,
ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจก็ตาม,
ขอพระสงฆ์โปรดรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น,
เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป.

ที่มาของบทสวด

คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก โครงสร้างเดียวกับพุทธาภิคีติและธัมมาภิคีติ รวบรวมไว้ในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงของไทยเป็นบททำวัตรเย็น

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทที่ 8 ของทำวัตรเย็น และเป็นบทสุดท้ายของทำวัตรเย็นภาคหลัก "สังฆาภิคีติ" คือคาถาขับร้องสรรเสริญพระสงฆ์ สวดต่อจากสังฆานุสสติ คาถาแรกกล่าวว่าพระสงฆ์เป็นผู้เกิดจากพระสัทธรรม ("สัทธัมมะโช" คือเกิดโดยธรรม เพราะได้ฟังธรรมแล้วปฏิบัติจนบรรลุ) เป็นหมู่พระอริยบุคคล 8 จำพวก มีศีลสมาธิปัญญาเป็นที่อาศัยของกายและจิต ท่อนต่อมาเป็นคำประกาศพระสงฆ์เป็นสรณะ มอบกายถวายชีวิต ตั้งสัตยาธิษฐาน และขอขมาโทษที่ล่วงเกินพระสงฆ์

เมื่อจบบทนี้ถือว่าจบทำวัตรเย็นส่วนที่เป็นการสรรเสริญพระรัตนตรัย จากนั้นวัดต่าง ๆ จะสวดบทประกอบต่อ เช่น อตีตปัจจเวกขณปาฐะ (พิจารณาปัจจัย 4 ที่บริโภคไปแล้วในวันนั้น) บทพิจารณาสังขาร บทแผ่เมตตา บทกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล หรือสวดพระปริตรและพระสูตรต่าง ๆ

โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเย็นทุกวัน

ข้อสังเกต คาถาบทแรกเป็นวสันตดิลกฉันท์ ท่อนกลางเป็นปัฐยาวัตร ส่วนคำขอขมาท้ายบท (กาเยนะ วาจายะ วะ…) เป็นอุปชาติฉันท์ 11 พยางค์ ผู้หญิงเปลี่ยนคำว่า "ทาโส" เป็น "ทาสี" และ "วันทันโตหัง" เป็น "วันทันตีหัง" ท่อนสุดท้าย "กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา…" เป็นคำขอขมาโทษ นิยมสวดขณะหมอบกราบลง (หมอบกราบ) แล้วจึงลุกขึ้นนั่งต่อ

ทำวัตรเย็นสรรเสริญพระสงฆ์ขอขมาคาถา