คาถาอิติปิโส 8 ทิศ และอิติปิโสถอยหลัง
ยันต์เกราะเพชร / อิติปิโสแปดทิศ / อิติปิโสถอยหลัง (ติ วา คะ ภะ)
คาถาที่โบราณาจารย์ถอดจากบทพระพุทธคุณ "อิติปิ โส" 56 พยางค์ มาจัดเรียงใหม่เป็น 8 ทิศเพื่อคุ้มครองรอบด้าน และสวดถอยหลังเพื่อถอนคุณไสยและสิ่งอัปมงคล
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก
ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า
ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้เบิกบาน ทรงจำแนกธรรม ดังนี้
อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา
พยางค์ที่ 1 ของแต่ละบรรทัดในตารางพระพุทธคุณ 8 x 7 (อิติปิโส – อะระหัง – ชา... ) ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันออก โบราณว่าใช้เสกเป่าแก้พิษสัตว์กัดต่อย
ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง
พยางค์ที่ 2 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันออกเฉียงใต้ โบราณว่าใช้เสกน้ำมนต์รักษาโรค
ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
พยางค์ที่ 3 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศใต้ โบราณว่าใช้ป้องกันภูตผีและรักษาบาดแผล
โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ
พยางค์ที่ 4 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันตกเฉียงใต้ โบราณว่าใช้ขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
พยางค์ที่ 5 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันตก โบราณว่าใช้ตรึงศัตรูให้อยู่ในความสงบ
คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ
พยางค์ที่ 6 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โบราณว่าใช้ป้องกันการถูกกระทำคุณไสย
วา โธ โน อะ มะ มะ วา
พยางค์ที่ 7 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศเหนือ โบราณว่าใช้ป้องกันภัยในป่าและการเดินทาง
อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ
พยางค์ที่ 8 ของแต่ละบรรทัด ใช้ภาวนาคุ้มครองทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โบราณว่าใช้ภาวนาเพื่อความปลอดภัยเมื่อออกจากบ้าน
ติ วา คะ ภะ โธ พุท นัง สา นุส มะ วะ เท ถา สัต
ถิ ระ สา มะ ทัม สะ ริ ปุ โร ตะ นุต อะ ทู วิ กะ โล
โต คะ สุ โน ปัน สัม ณะ ระ จะ ชา วิช โธ พุท สัม มา สัม
หัง ระ อะ วา คะ ภะ โส ปิ ติ อิ
คือบทพระพุทธคุณ 56 พยางค์ข้างต้น สวดย้อนจากพยางค์สุดท้าย (ติ) กลับไปหาพยางค์แรก (อิ)
ความหมายจึงเป็นการสรรเสริญพระพุทธคุณทั้ง 9 ประการเช่นเดียวกับบทตั้ง
แต่โบราณาจารย์ถือว่าการสวดย้อนกลับมีอานุภาพในการ "ถอน" หรือ "คลาย" สิ่งอัปมงคลและคุณไสย
และใช้เป็นบทฝึกสติสมาธิให้แน่วแน่อย่างยิ่ง
ที่มาของบทสวด
บทตั้งเป็นพุทธพจน์ คือบทพระพุทธคุณ (พุทธานุสสติ) ที่ปรากฏทั่วไปในพระไตรปิฎก เช่น ธชัคคสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ส่วนการจัดเรียงเป็น 8 ทิศ (ยันต์เกราะเพชร) และการสวดถอยหลังเป็นวิธีที่โบราณาจารย์ไทยคิดขึ้นในภายหลัง (ราวสมัยอยุธยา–รัตนโกสินทร์) ปรากฏในตำราคาถาและตำรายันต์ ไม่มีในพระไตรปิฎก ชื่อแต่ละทิศ เช่น "กระทู้เจ็ดแบก" "นารายณ์แปลงรูป" เป็นชื่อที่ครูบาอาจารย์ตั้งขึ้นตามอานุภาพที่เชื่อกัน
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
คาถาอิติปิโส 8 ทิศ เกิดจากการนำบทพระพุทธคุณ "อิติปิ โส ภะคะวา ... ภะคะวาติ" ซึ่งมี 56 พยางค์ มาจัดลงตาราง 7 แถว แถวละ 8 พยางค์ แล้วอ่านลงตามแนวตั้งทีละหลัก จึงได้คาถาสั้น ๆ 8 บท บทละ 7 พยางค์ ประจำทิศทั้งแปด เริ่มจากทิศบูรพา (ตะวันออก) เวียนขวาไปจนถึงทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) โบราณาจารย์ตั้งชื่อคาถาแต่ละทิศไว้อย่างมีสีสัน เช่น "กระทู้เจ็ดแบก" "ฝนแสนห่า" "นารายณ์แปลงรูป" และเรียกรวมกันว่า ยันต์เกราะเพชร เพราะเมื่อลงเป็นยันต์แล้วมีลักษณะเป็นตารางล้อมรอบดุจเกราะ ส่วน อิติปิโสถอยหลัง คือการสวดบทพระพุทธคุณเดียวกันย้อนจากพยางค์สุดท้ายกลับไปหาพยางค์แรก
ความเชื่อและอานิสงส์: เชื่อว่าอิติปิโส 8 ทิศ คุ้มครองรอบด้านทั้งแปดทิศ ป้องกันภัยพิบัติ ศัตรู ภูตผี และคุณไสย และแต่ละทิศมีคุณเฉพาะ เช่น ใช้เสกน้ำมนต์ เสกยา แก้พิษ ป้องกันภัยในการเดินทาง ส่วนอิติปิโสถอยหลังเชื่อว่ามีอานุภาพ "ถอน" คือถอนคุณไสย ถอนสิ่งอัปมงคล ล้างอาถรรพ์ และพลิกเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี ในเชิงปฏิบัติธรรม การสวดถอยหลังต้องใช้สติจดจ่ออย่างยิ่ง จึงเป็นอุบายฝึกสมาธิที่ดีและทำให้จิตแนบแน่นอยู่กับพระพุทธคุณ
วิธีสวด: ตั้งนะโม 3 จบ สวดบทตั้งอิติปิโส 1 จบ แล้วสวดคาถา 8 ทิศเรียงตามลำดับทิศ จะสวดวันละ 1 จบ 3 จบ หรือ 9 จบก็ได้ บางสำนักให้หันหน้าไปทางทิศนั้น ๆ ขณะภาวนา ส่วนอิติปิโสถอยหลัง ให้สวดช้า ๆ ทีละพยางค์ นิยมสวด 3 หรือ 7 จบก่อนออกเดินทาง หรือ 108 จบเมื่อต้องการแก้เคราะห์ ผู้ที่เพิ่งเริ่มควรดูตัวบทไปด้วยจนคล่อง
ข้อสังเกต: เนื่องจากเป็นการเรียงพยางค์ตามตาราง ตัวบทของแต่ละทิศจึงตรงกันแทบทุกตำรา แต่บางฉบับเขียน "ธัม" แทน "ทัม" หรือแบ่งพยางค์ต่างกันเล็กน้อย เช่น "นุส ติ" กับ "นุ ติ" และบางตำราเรียงคาถาทิศอาคเนย์ต่างกัน (เริ่มที่ "หัง จะ โต") การจับคู่ชื่อคาถากับทิศก็มีสลับกันบ้างในแต่ละสำนัก ควรยึดตามครูอาจารย์ที่ตนศึกษา ทั้งนี้ตัวบทที่แท้จริงคือพระพุทธคุณ 9 ประการ ผู้สวดจึงควรน้อมใจระลึกถึงพระพุทธคุณเป็นหลัก