บทชะยันโต (ชัยมงคลคาถา)
ชะยันโต โพธิยา มูเล / คาถาชัยมงคล / บทให้พรชัยชนะ
คาถาอวยชัยที่พระสงฆ์สวดขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์และในช่วงพิธีสำคัญ อ้างชัยชนะของพระพุทธเจ้าใต้ต้นโพธิ์ และสอนว่าฤกษ์ดียามดีอยู่ที่การประพฤติชอบ
สักยานัง นันทิวัฑฒะโน
เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ
ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
ทรงมีชัยชนะ ณ โคนต้นโพธิ์ ฉันใด
ขอท่านจงมีชัยชนะฉันนั้น
ขอจงชนะในชัยมงคลเถิด
สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง
อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ
เหนือพื้นปฐพีอันเป็นดุจดอกบัว
อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทั้งปวง
ทรงบรรลุถึงความเป็นเลิศ ทรงเบิกบานพระทัย
สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง
สุขะโณ สุมุหุตโต จะ
สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ
รุ่งอรุณดี รุ่งเช้าที่ดี
ขณะดี ครู่ยามดี
และการบูชาที่ดีในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย
วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง
ปะณิธี เต ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ กัตวานะ
ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ
วจีกรรมอันเป็นประทักษิณ
มโนกรรมอันเป็นประทักษิณ
ความปรารถนาของท่านก็เป็นประทักษิณ
ครั้นกระทำกรรมทั้งหลายอันเป็นประทักษิณแล้ว
ย่อมได้ประโยชน์ทั้งหลายอันเป็นประทักษิณเช่นกัน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง
ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน
ขอเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง
ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน
ขอเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาท่าน
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง
ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ที่มาของบทสวด
คาถา 2 บทแรก (ชะยันโต, อะปะราชิตะปัลลังเก) และคาถาภะวะตุ สัพพะมังคะลัง เป็นบทที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง (ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ในลังกาหรือไทย) ส่วนคาถาสุนักขัตตังและปะทักขิณังเป็นพระพุทธพจน์จากสุปุพพัณหสูตร อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทชะยันโต เป็นคาถาอวยชัยที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดบทหนึ่ง เพราะเป็นบทที่พระสงฆ์สวดขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ในงานมงคลทุกงาน ใจความคือ อ้างชัยชนะของพระพุทธเจ้าเหนือพญามาร ณ โคนต้นโพธิ์ บนบัลลังก์ที่ไม่มีใครพิชิตได้ แล้วอวยพรว่าขอให้ท่านจงมีชัยชนะเช่นนั้น จากนั้นเป็นพระพุทธพจน์ที่ทรงสอนว่า ฤกษ์ดี ยามดี มงคลดี รุ่งเช้าที่ดี อยู่ที่การประพฤติดีทางกาย วาจา ใจ ใครทำดีย่อมได้ผลดี และปิดท้ายด้วยคำอวยพรให้เกิดสรรพมงคล เทวดาคุ้มครอง ด้วยอานุภาพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ชาวไทยเชื่อว่าเสียงสวด "ชะยันโต" เป็นเสียงแห่งชัยชนะและความสำเร็จ จึงใช้เป็นสัญญาณให้เริ่มพิธีสำคัญ เช่น รดน้ำสังข์ ตัดจุก โกนผมไฟ ยกเสาเอก เปิดป้าย เจิม หรือปล่อยเรือ ในพระราชพิธี บทนี้ก็ใช้ขณะประกอบพิธีสำคัญเช่นกัน ส่วนบท "ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง" เป็นบทให้พรที่พระสงฆ์ใช้ปิดท้ายแทบทุกพิธีและทุกครั้งที่อนุโมทนา
ใช้ในงานมงคลทั่วไป งานมงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด ฉลองอายุ เป็นบทท้ายสุดของการเจริญพระพุทธมนต์ในชุดเจ็ดตำนาน และฆราวาสสวดต่อจากพาหุง–มหากาในการสวดมนต์ประจำวัน
ข้อสังเกต: เมื่อรวมกับบทมะหาการุณิโก เรียกรวมว่า "ชัยปริตร" หากสวดในบทถวายพรพระ พระจะสวดชะยันโตต่อจากพาหุงและมะหาการุณิโกโดยไม่แยกบท คำว่า "ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล" บางฉบับเขียน "ชะยัสสุ ชะยะมังคะเลฯ" เป็นการลงท้ายบทเท่านั้น