พระคาถาชินบัญชร
ชินะปัญชะระคาถา / ชินบัญชรคาถา / คาถาสมเด็จโต
พระคาถาที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นำมาเรียบเรียง อัญเชิญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ พระอสีติมหาสาวก และพระปริตรต่าง ๆ มาสถิตในร่างกายเป็นเกราะป้องกันภัยทุกด้าน
ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง
ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง
อัตถิ กาเย กายะ ญายะ
เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา
อิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ
ผู้ปรารถนาบุตร ขอให้ได้บุตร
ผู้ปรารถนาทรัพย์ ขอให้ได้ทรัพย์
คุณอันมีอยู่ในกาย (ของพระพุทธเจ้า) เป็นที่พึงรู้ได้ด้วยญาณ
ครั้นได้สดับแล้ว ย่อมเป็นที่รักของเหล่าเทวดา
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นดังพญายมราชและท้าวเวสสุวรรณ (ผู้ปกครองคุ้มครอง)
แม้ความตายก็เป็นสุข พระองค์เป็นพระอรหันต์ เสด็จไปดีแล้ว ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
ชะยาสะนากะตา พุทธา
เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง
เย ปิวิงสุ นะราสะภา
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ประทับบนชัยบัลลังก์
ทรงชนะพญามารพร้อมทั้งเสนามารแล้ว
ทรงเป็นผู้องอาจในหมู่มนุษย์ ได้เสวยรสแห่งอริยสัจ 4
อันประเสริฐ
ตัณหังกะราทะโย พุทธา
อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง
มัตถะเก เต มุนิสสะรา
พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้น
ผู้ทรงเป็นผู้นำโลก
ขอพระจอมมุนีทั้งปวงเหล่านั้น
จงมาประดิษฐานอยู่เหนือกระหม่อมของข้าพเจ้า
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง
พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง
อุเร สัพพะคุณากะโร
ขอพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ที่ศีรษะของข้าพเจ้า
พระธรรมประดิษฐานอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณทั้งปวง
ประดิษฐานอยู่ที่อกของข้าพเจ้า
หะทะเย เม อะนุรุทโธ
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง
โมคคัลลาโน จะ วามะเก
ขอพระอนุรุทธะสถิตอยู่ที่หัวใจของข้าพเจ้า
พระสารีบุตรสถิตอยู่เบื้องขวา
พระโกณฑัญญะสถิตอยู่เบื้องหลัง
พระโมคคัลลานะสถิตอยู่เบื้องซ้าย
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง
อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม
อุภาสุง วามะโสตะเก
ขอพระอานนท์และพระราหุล
สถิตอยู่ที่หูขวาของข้าพเจ้า
พระมหากัสสปะและพระมหานามะ
ทั้งสององค์สถิตอยู่ที่หูซ้าย
เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง
สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน
โสภิโต มุนิปุงคะโว
ขอพระโสภิตะ ผู้เป็นมุนีผู้ประเสริฐ
ผู้ถึงพร้อมด้วยสิริ รุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์
ประทับอยู่ที่ท้ายทอย
เบื้องหลังของข้าพเจ้า
กุมาระกัสสะโป เถโร
มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง
ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ขอพระกุมารกัสสปเถระ
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้กล่าวถ้อยคำอันวิจิตร
ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณ จงสถิตอยู่ที่ปาก
ของข้าพเจ้าเป็นนิตย์
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ
อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา
นะลาเต ติละกา มะมะ
ขอพระปุณณะ พระองคุลิมาล
พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี
พระเถระทั้ง 5 องค์นี้
จงปรากฏเป็นดุจรอยเจิมที่หน้าผากของข้าพเจ้า
เสสาสีติ มะหาเถรา
วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา
ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ
อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
พระมหาเถระที่เหลืออีก 80 องค์
ผู้เป็นสาวกของพระชินเจ้า ผู้พิชิตกิเลสแล้ว
พระมหาเถระทั้ง 80 องค์เหล่านั้น
ผู้ชนะแล้ว ผู้เป็นโอรสของพระชินเจ้า
รุ่งเรืองอยู่ด้วยเดชแห่งศีล
ขอจงสถิตอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่ของข้าพเจ้า
ระตะนัง ปุระโต อาสิ
ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ
วาเม อังคุลิมาละกัง
ขอรตนสูตรจงอยู่เบื้องหน้า
เมตตสูตรอยู่เบื้องขวา
ธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลัง
อังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย
ขันธะโมระปะริตตัญจะ
อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ
เสสา ปาการะสัณฐิตา
ขันธปริตร โมรปริตร
และอาฏานาฏิยสูตร
จงเป็นดุจเพดานกั้นอยู่ในอากาศ
ส่วนพระสูตรที่เหลือ จงตั้งอยู่เป็นกำแพงล้อมรอบ
ชินา นานาวะระสังยุตตา
สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา
พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
ด้วยอานุภาพของพระชินเจ้า ประกอบด้วยพระคุณอันประเสริฐนานัปการ
ประดับด้วยกำแพง 7 ชั้น
อุปัทวะทั้งภายนอกและภายใน
ที่เกิดจากลม ดี เป็นต้น (โรคภัยทั้งปวง)
อะเสสา วินะยัง ยันตุ
อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ
สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
จงถึงความพินาศไปโดยไม่เหลือ
ด้วยเดชแห่งพระชินเจ้าอันไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในบัญชรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยกิจของตนตลอดกาลทุกเมื่อ
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ
วิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ
เต มะหาปุริสาสะภา
ขอพระมหาบุรุษผู้องอาจทั้งปวงเหล่านั้น
จงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้า
ผู้อยู่ ณ ท่ามกลางพระชินบัญชร
บนพื้นแผ่นดินนี้ตลอดกาลทุกเมื่อ
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ
ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองรักษาอย่างดีแล้ว ด้วยประการฉะนี้
ชนะอุปัทวะทั้งปวงด้วยอานุภาพของพระชินเจ้า
ชนะหมู่ศัตรูด้วยอานุภาพของพระธรรม
ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพของพระสงฆ์
ข้าพเจ้าผู้อันอานุภาพแห่งพระสัทธรรมคุ้มครองแล้ว ขอดำเนินไปในพระชินบัญชรเทอญ
ที่มาของบทสวด
ไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎก เป็นคาถาที่เชื่อกันว่ามีต้นเค้ามาจากคัมภีร์โบราณของลังกา (ชินปัญชระ) แล้วสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม (พ.ศ. 2331–2415) นำมาปรับปรุงแก้ไขเรียบเรียงใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนบทนำ "ปุตตะกาโม" เป็นบทที่เพิ่มเข้ามาภายหลังตามธรรมเนียมไทย
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
พระคาถาชินบัญชร (ชินะปัญชะระ แปลว่า กรงหรือเกราะของพระชินเจ้า) เป็นพระคาถาที่ชาวไทยนิยมสวดมากที่สุดบทหนึ่ง เนื้อความเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ตั้งแต่พระตัณหังกรเป็นต้นมา ให้มาประดิษฐานเหนือกระหม่อม อัญเชิญพระรัตนตรัยมาสถิตที่ศีรษะ ดวงตา และอก แล้วอัญเชิญพระอสีติมหาสาวก เช่น พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ พระอานนท์ พระสีวลี พระองคุลิมาล มาสถิตตามอวัยวะต่าง ๆ จากนั้นอัญเชิญพระปริตรสำคัญ คือ รตนสูตร เมตตสูตร ธชัคคสูตร อังคุลิมาลปริตร ขันธปริตร โมรปริตร และอาฏานาฏิยสูตร มาตั้งเป็นกำแพงและเพดานล้อมรอบตัวผู้สวด ดุจกำแพง 7 ชั้น เพื่อให้อุปัทวะ โรคภัย และอันตรายทั้งภายนอกภายในพินาศไปสิ้น จบด้วยการประกาศว่าผู้สวดได้รับความคุ้มครองอย่างดีแล้วด้วยอานุภาพของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ประวัติและที่มา: ตำนานเล่าว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม พบต้นฉบับพระคาถานี้ในคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ที่ตกทอดมาจากลังกา (บางตำนานว่าพบในพระเจดีย์เก่าที่กำแพงเพชร) จึงได้นำมาแก้ไขปรับปรุงเป็นภาษาบาลีให้ถูกต้องและสละสลวยยิ่งขึ้น จนกลายเป็นพระคาถาประจำองค์ท่านที่ศิษยานุศิษย์สืบทอดกันมา นักวิชาการชี้ว่าบทนี้มีรูปแบบคล้ายกับ "ชินปัญชระ" ที่ใช้สวดในลังกาและพม่า จึงไม่ใช่พุทธพจน์โดยตรง แต่เป็นบทที่โบราณาจารย์รจนาขึ้น อาศัยพุทธานุภาพและอานุภาพพระปริตรเป็นหลัก ส่วนบทนำ "ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง..." เป็นบทที่ผู้สวดชาวไทยเพิ่มเข้ามาเป็นบทตั้งความปรารถนาและตั้งนะโมก่อนขึ้นพระคาถา
อานิสงส์ตามความเชื่อ: เชื่อกันว่าผู้สวดเป็นประจำจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย คุณไสย และโรคภัย มีเมตตามหานิยม เจริญด้วยลาภยศ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ตามธรรมเนียมยังนิยมสวดแยกบทเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ เช่น บทที่ 3 ใช้ภาวนาป้องกันภัย บทที่ 7 ใช้ก่อนพูดเจรจาหรือแสดงต่อหน้าผู้คน บทที่ 8 ใช้เสกน้ำมันหรือเครื่องประทินผิว บทที่ 9 ใช้ก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย บทที่ 13 ใช้ป้องกันความเจ็บไข้ และบทที่ 14 ใช้ขอความคุ้มครองทั่วไป
วิธีสวดและโอกาสที่ใช้: ตั้งนะโม 3 จบ แล้วขึ้นบทนำ "ปุตตะกาโม" จากนั้นสวดพระคาถาทั้ง 15 บท นิยมสวดวันละ 1 จบ 3 จบ หรือ 9 จบ ในเวลาเช้าก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนนอน และนิยมสวดเป็นพิเศษในพิธีไหว้ครู พิธีพุทธาภิเษก และเมื่อบูชาพระสมเด็จวัดระฆัง ผู้ที่ไม่มีเวลาอาจสวดบทย่อว่า "ชินะปัญชะระ ปะริตตัง มัง รักขะตุ สัพพะทา" (ขอพระชินบัญชรปริตรจงคุ้มครองข้าพเจ้าทุกเมื่อ) แทนได้
ข้อสังเกต: พระคาถาชินบัญชรมีหลายฉบับที่ต่างกันเล็กน้อย ฉบับที่ใช้ทั่วไปในบทที่ 9 อ่านว่า "เอเตสีติ มะหาเถรา" และบทที่ 12 อ่านว่า "ชินา นานาวะระสังยุตตา" ส่วนฉบับที่ผ่านการชำระทางไวยากรณ์ (เช่น ฉบับวัดพิชโสภารามและกัลยาณมิตร) อ่านว่า "เอตาสีติ มะหาเถรา" และ "ชินาณาวะระสังยุตตา" (ชิน + อาณา = อำนาจของพระชินเจ้า) ผู้สวดจะเลือกใช้ฉบับใดก็ได้ตามครูอาจารย์ที่ตนสืบทอดมา