ทำวัตรเช้า – ทำวัตรเย็น

รตนัตตยัปปณามคาถา

ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถา, พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว

บทที่ 6 ของทำวัตรเช้า คาถานอบน้อมพระรัตนตรัย 4 คาถา ขอให้อานุภาพแห่งบุญนั้นขจัดอุปัทวะทั้งปวง

(ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.
(ผู้นำสวด) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถานอบน้อมพระรัตนตรัย และบทแสดงความสังเวชเถิด.
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว,
โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน,
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก,
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง.
พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ยิ่ง มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ,
พระองค์ใดทรงมีดวงตาคือพระญาณอันประเสริฐ บริสุทธิ์ถึงที่สุด,
ทรงเป็นผู้กำจัดบาปและอุปกิเลสของชาวโลก,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ด้วยความเคารพ.
ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน,
โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก,
โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน,
วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง.
พระธรรมของพระศาสดานั้น เปรียบดังดวงประทีป,
พระธรรมใดจำแนกออกเป็นมรรค ผล และอมตะคือนิพพาน,
พระธรรมใดเป็นโลกุตตระ และเป็นเครื่องส่องแสดงเนื้อความแห่งโลกุตตรธรรมนั้น,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมนั้น ด้วยความเคารพ.
สังโฆ สุเขตตาภยะติเขตตะสัญญิโต,
โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,
โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง.
พระสงฆ์หมู่ใด ได้ชื่อว่าเป็นนาบุญอันดี ยิ่งกว่านาทั้งหลาย,
พระสงฆ์หมู่ใดได้เห็นความสงบ (คือนิพพาน) ตรัสรู้ตามพระสุคต,
เป็นผู้ละความโลเลได้แล้ว เป็นพระอริยะ มีปัญญาดี,
ข้าพเจ้าขอไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยความเคารพ.
อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง,
วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง,
ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา,
มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.
บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสามอันควรบูชาโดยส่วนเดียว,
ได้กระทำแล้วด้วยประการฉะนี้,
ด้วยอานุภาพอันสำเร็จแห่งบุญนั้น,
ขออุปัทวะทั้งปวงของข้าพเจ้า จงอย่าได้มีเลย.

ที่มาของบทสวด

คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก เข้าใจว่าแต่งในประเทศไทยเพื่อใช้ในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (สมัยรัชกาลที่ 4) ประพันธ์เป็นฉันท์บาลีชนิดวังสัฏฐฉันท์ 4 คาถา

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทที่ 6 ของทำวัตรเช้า "รตนัตตยัปปณามคาถา" แปลว่าคาถานอบน้อมพระรัตนตรัย ประกอบด้วยคาถา 4 บท สามบทแรกไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามลำดับ โดยยกคุณเด่นของแต่ละรัตนะขึ้นกล่าว ได้แก่ ความบริสุทธิ์และพระกรุณาอันกว้างใหญ่ของพระพุทธเจ้า พระธรรมที่เป็นดุจประทีปส่องทาง จำแนกเป็นมรรค ผล นิพพาน และพระสงฆ์ผู้เป็นนาบุญที่ละความโลเลได้ บทที่สี่เป็นการตั้งความปรารถนาว่า ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ได้ไหว้พระรัตนตรัยนี้ ขออุปัทวันตรายทั้งปวงจงอย่าได้มี

ผู้นำสวดกล่าวนำบทนี้และบทสังเวคปริกิตตนปาฐะพร้อมกันในคราวเดียว ("หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส") จึงมักสวดต่อเนื่องกันไปโดยไม่หยุด

โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเช้าทุกวัน ทำนองการสวดในวัดทั่วไปนิยมสวดเป็นทำนองสรภัญญะช้า ๆ ตามจังหวะฉันท์ ข้อสังเกต บทนี้เป็นตัวอย่างวรรณกรรมบาลีของไทยที่แต่งได้ไพเราะและถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ในทำวัตรเย็นไม่มีบทนี้ แต่ใช้ชุดบทอภิคีติแทน

ทำวัตรเช้าพระรัตนตรัยคาถา