คำบูชาพระรัตนตรัย (ทำวัตรเช้า)
โย โส ภะคะวา อะระหัง, บทนำทำวัตรเช้า
บทที่ 1 ของทำวัตรเช้า กล่าวบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะ แล้วกราบพระรัตนตรัย 3 ครั้ง
สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดตรัสไว้ดีแล้ว,
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ปฏิบัติดีแล้ว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,
ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ ที่ได้จัดถวายไว้ตามสมควรแล้ว,
ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา,
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ,
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.
แต่ยังทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่ชนรุ่นหลัง,
ได้โปรดทรงรับเครื่องสักการะเหล่านี้ อันเป็นบรรณาการของคนยากไร้,
เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดกาลนานเทอญ.
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.
(กราบ)
ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว.
(กราบ)
ธัมมัง นะมัสสามิ.
(กราบ)
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม.
(กราบ)
สังฆัง นะมามิ.
(กราบ)
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์.
(กราบ)
ที่มาของบทสวด
บทแต่งขึ้นภายหลังในประเทศไทย เป็นบทนำของหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (สมัยรัชกาลที่ 4–5) ที่ใช้เป็นแบบแผนทำวัตรทั่วไป ท่อนท้าย "อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา…" คือคำนมัสการพระรัตนตรัยที่ใช้กราบพระทั่วไป เนื้อความอิงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณจากพระสูตร
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทที่ 1 ของทำวัตรเช้า เป็นคำกล่าวบูชาพระรัตนตรัยที่ประธานหรือผู้นำสวดกล่าวนำ และทุกคนสวดพร้อมกันเมื่อเริ่มทำวัตร เนื้อหาระบุพระคุณโดยย่อของพระพุทธเจ้า (อรหันต์ ตรัสรู้เอง) พระธรรม (ตรัสไว้ดีแล้ว) และพระสงฆ์ (ปฏิบัติดีแล้ว) แล้วกล่าวถวายเครื่องสักการะที่จัดไว้ คือดอกไม้ ธูป เทียน โดยขอให้พระพุทธเจ้าซึ่งแม้ปรินิพพานนานแล้ว โปรดรับด้วยพระกรุณาต่อชนรุ่นหลัง เพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน
ท่อนท้าย "อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา…" เป็นคำกราบพระรัตนตรัย 3 ครั้ง ซึ่งใช้ทั้งในทำวัตรและก่อนสวดมนต์ทั่วไป ผู้สวดกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ที่ท้ายแต่ละท่อน
โอกาสที่ใช้ สวดเป็นบทแรกก่อนทำวัตรเช้าทุกวัน ทั้งในวัด สำนักปฏิบัติธรรม และการสวดมนต์ที่บ้าน ในทำวัตรเย็นก็ใช้บทเดียวกันนี้เป็นบทนำ
ข้อสังเกต ในหนังสือสวดมนต์บางฉบับ เมื่อสวดคนเดียวจะเปลี่ยน "มะยัง…อะภิปูชะยามะ" (พวกเรา) เป็น "อะหัง…อะภิปูชะยามิ" (ข้าพเจ้า) และ "อัมหากัง" เป็น "มัยหัง" ส่วนคำว่า "ทุคคะตะปัณณาการะภูเต" (บรรณาการของคนยากไร้) เป็นสำนวนถ่อมตนว่าเครื่องสักการะที่ถวายนั้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพระคุณ