บทสวดประจำวัน

บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า (นะโม ตัสสะ)

นะโม / ปุพพภาคนมการ / นะมะการะคาถา

บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต" สวด 3 จบ เป็นบทตั้งต้นก่อนสวดมนต์หรือประกอบพิธีกรรมทุกอย่าง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

ที่มาของบทสวด

ปรากฏในพระไตรปิฎกหลายแห่ง เช่น คำของพราหมณ์และเทวดาที่เปล่งวาจานอบน้อมพระพุทธเจ้า (ทีฆนิกาย, มัชฌิมนิกาย, สังยุตตนิกาย) และเป็นคำเปิดของคัมภีร์บาลีทุกคัมภีร์ อรรถกถาอธิบายว่ามีเทวดาและมนุษย์ 5 ท่านเป็นผู้กล่าวคนละวรรค

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทนะโม เป็นคำประกาศความนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้า มีเพียงประโยคเดียวแต่รวมพระคุณสำคัญ 3 ประการไว้ครบ คือ ภะคะวา (ผู้มีโชค ผู้จำแนกธรรม) อะระหัง (ผู้ไกลจากกิเลส ผู้ควรบูชา) และ สัมมาสัมพุทโธ (ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง) ตามคัมภีร์อรรถกถาเล่าว่า วรรคทั้งห้าของบทนี้ (นะโม – ตัสสะ – ภะคะวะโต – อะระหะโต – สัมมาสัมพุทธัสสะ) มีผู้เปล่งวาจาต่างกัน คือ สาตาคิรยักษ์ อสุรินทราหู ท้าวมหาราช ท้าวสักกะ และท้าวมหาพรหม จึงถือเป็นบทที่เทวดาและพรหมร่วมกันสรรเสริญ

เชื่อกันว่าการเปล่งนะโมด้วยจิตเลื่อมใสเป็นการตั้งจิตให้ตรงต่อพระพุทธเจ้า ทำให้จิตสงบ มีสมาธิ ป้องกันภัยอันตรายและความมัวเมา ตามประเพณีถือว่าคำสวดหรือพิธีกรรมใดที่ไม่ได้ตั้งนะโมก่อนเป็นการไม่สมบูรณ์

ใช้เป็นบทเปิดของการสวดมนต์ทุกประเภท ตั้งแต่สวดมนต์ไหว้พระประจำวัน อาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร การกล่าวคำถวายทาน ตลอดจนคำอธิษฐานต่างๆ ในงานพิธี พิธีกรจะนำสวดนะโม 3 จบก่อนเสมอ

ข้อสังเกต: สวด 3 จบ (เรียกว่า "ตั้งนะโม 3 จบ") มีความหมายถึงการนอบน้อมด้วยกาย วาจา ใจ หรือนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ในการทำวัตรเช้า–เย็นบทนี้เรียกว่า "ปุพพภาคนมการ" (การนอบน้อมเบื้องต้น) ซึ่งมีคำนำว่า "หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส"

นะโมนอบน้อมพระพุทธเจ้าสวดมนต์ประจำวันบทพื้นฐาน