บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำสมาทานศีล 8 และคำสมาทานอุโบสถศีล

อัฏฐะสิกขาปะทะสะมาทานะ

สิกขาบททั้ง 8 ข้อที่กล่าวรับต่อจากพระสงฆ์ ตั้งแต่ปาณาติปาตาจนถึงอุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา พร้อมคำสมาทานอุโบสถ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (3 จบ)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก
(พระ) ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง
(รับ) อามะ ภันเต
(พระ) การถึงไตรสรณคมน์จบแล้ว
(รับ) ขอรับ พระคุณเจ้า
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการฆ่าสัตว์
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากกรรมอันมิใช่พรหมจรรย์ (การเสพเมถุน)
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการพูดเท็จ
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล (หลังเที่ยงวันไปแล้ว)
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล และเว้นจากการทัดทรงดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ อันเป็นเครื่องประดับตกแต่ง
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ (ที่ยัดนุ่นสำลีและวิจิตรงดงาม)
(คำสมาทานอุโบสถศีล กล่าวต่อท้ายเมื่อรักษาอุโบสถ)
อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง สัมมะเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ
(คำสมาทานอุโบสถศีล)
ข้าพเจ้าขอสมาทานอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ 8 ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้นี้ เพื่อจะรักษาไว้ให้ดีตลอดคืนหนึ่งและวันหนึ่งนี้
(พระบอกอานิสงส์)
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (ว่าตาม 3 ครั้ง)
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย
(พระบอกอานิสงส์)
ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบททั้ง 8 ข้อเหล่านี้
บุคคลย่อมไปสู่สุคติได้เพราะศีล ย่อมถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์ได้เพราะศีล
ย่อมถึงความดับเย็น (พระนิพพาน) ได้เพราะศีล เพราะฉะนั้นจึงควรชำระศีลให้บริสุทธิ์

ที่มาของบทสวด

สิกขาบท 8 ข้อปรากฏในพระไตรปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต อุโปสถสูตร และขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ทสสิกขาบท) ส่วนลำดับพิธีและคาถา "สีเลนะ สุคะติง ยันติ" เป็นแบบแผนศาสนพิธีของไทยตามหนังสือมนต์พิธี

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำสมาทานศีล 8 คือคำกล่าวรับสิกขาบท 8 ข้อตามพระสงฆ์ ได้แก่ เว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เสพเมถุน พูดเท็จ ดื่มของมึนเมา บริโภคอาหารยามวิกาล ดูการละเล่นและประดับตกแต่งร่างกาย และนอนบนที่นอนสูงใหญ่ ต่างจากศีล 5 ตรงข้อ 3 ที่เปลี่ยนจาก "กาเมสุมิจฉาจารา" เป็น "อะพรัหมะจะริยา" คือเว้นจากการเสพเมถุนโดยสิ้นเชิง และเพิ่มข้อ 6-8 เข้ามา

ผู้รักษาอุโบสถศีลจะกล่าวคำสมาทานอุโบสถ "อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง..." ต่อท้ายสิกขาบท เพื่อกำหนดว่าจะรักษาตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง ธรรมเนียมไทยแบ่งอุโบสถเป็น ปกติอุโบสถ รักษาเฉพาะวันพระ และ ปฏิชาครอุโบสถ รักษาวันรับ วันพระ และวันส่ง รวม 3 วัน

โอกาสที่ใช้ ใช้ในวันธรรมสวนะที่วัด งานปฏิบัติธรรม การบวชเนกขัมมะ และเมื่อสมาทานศีลด้วยตนเองหน้าพระพุทธรูปในกรณีไม่มีพระสงฆ์ (เรียกว่า สมาทานวิรัติ)

ข้อสังเกต เมื่อพระให้ศีลถึงข้อ 8 แล้วจะกล่าว "อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ" ให้ผู้รับว่าตาม 3 ครั้ง แล้วจึงบอกอานิสงส์ศีลด้วยคาถา "สีเลนะ สุคะติง ยันติ" ผู้รับศีลรับว่า "สาธุ" แล้วกราบ 3 ครั้ง

ศีล 8อุโบสถศีลสมาทานศีลวันพระปฏิบัติธรรม