คำอาราธนาพระปริตร
ปะริตตะยาจะนา
คำเชิญพระสงฆ์ให้เจริญพระพุทธมนต์ "วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา" ใช้ในงานมงคลทุกงาน
สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
ที่มาของบทสวด
คาถาแต่งใหม่ภายหลังพุทธกาล ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก ใช้ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ของไทยมาแต่โบราณ ปรากฏในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงและหนังสือมนต์พิธี
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
คำอาราธนาพระปริตร เป็นคาถา 3 บทที่เจ้าภาพหรือพิธีกรกล่าวเชิญพระสงฆ์ให้เจริญพระพุทธมนต์ (สวดพระปริตร) ใจความว่า ขอพระคุณเจ้าจงสวดพระปริตรอันเป็นมงคล เพื่อป้องกันความวิบัติ ให้สำเร็จสมบัติทั้งปวง และเพื่อความพินาศแห่งทุกข์ ภัย และโรคทั้งปวง โดยแต่ละบทซ้ำกันทั้งหมด ต่างกันเพียงคำว่า ทุกขะ ภะยะ และ โรคะ ในบรรทัดที่สาม
คำว่า "ปริตร" แปลว่า เครื่องคุ้มครองป้องกัน หมายถึงพระสูตรและคาถาที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ซึ่งเชื่อกันว่ามีอานุภาพคุ้มครอง เช่น มงคลสูตร รตนสูตร กรณียเมตตสูตร เมื่อกล่าวคำอาราธนาจบ พระสงฆ์จะเริ่มสวดตั้งแต่ชุมนุมเทวดา นะโม ไตรสรณคมน์ และพระปริตรตามลำดับ
โอกาสที่ใช้ งานมงคลทุกประเภท เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด งานมงคลสมรส งานฉลองต่าง ๆ โดยกล่าวหลังจากรับศีลเสร็จแล้ว ผู้กล่าวคุกเข่าหรือนั่งพับเพียบประนมมือ ผู้ร่วมพิธีประนมมือรับ
ข้อสังเกต ในงานอวมงคล (งานศพ) ไม่อาราธนาพระปริตร แต่จะอาราธนาพระอภิธรรมหรือกล่าวคำถวายผ้าบังสุกุลแทน หนังสือบางฉบับเขียน "พ๎รูถะ" โดยใช้เครื่องหมายยามักการเพื่อบอกให้ออกเสียงควบ