ทำวัตรเช้า – ทำวัตรเย็น

ตังขณิกปัจจเวกขณปาฐะ

ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐะ, บทพิจารณาปัจจัย 4 ขณะบริโภค, ปะฏิสังขา โยนิโส

บทประกอบท้ายทำวัตรเช้า พิจารณาโดยแยบคายขณะใช้สอยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยา ว่าใช้เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงเท่านั้น

(ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.
(ผู้นำสวด) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวบทพิจารณาปัจจัยในขณะบริโภคเถิด.
ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ,
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ,
อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ,
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,
ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง.
เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงใช้สอยจีวร,
เพียงเพื่อบำบัดความหนาว,
เพื่อบำบัดความร้อน,
เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย,
และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะที่ให้เกิดความละอาย.
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ,
เนวะ ทะวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ,
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา ยาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจะริยานุคคะหายะ,
อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ,
ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ.
เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงบริโภคบิณฑบาต,
มิใช่เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน มิใช่เพื่อความเมามัน มิใช่เพื่อประดับ มิใช่เพื่อตกแต่ง,
แต่เพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้ เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ เพื่อระงับความลำบาก เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์,
ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่าคือความหิว และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น,
อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วย ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วย จักมีแก่เรา ดังนี้.
ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ,
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ,
อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ,
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,
ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง.
เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงใช้สอยเสนาสนะ,
เพียงเพื่อบำบัดความหนาว,
เพื่อบำบัดความร้อน,
เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย,
เพียงเพื่อบรรเทาอันตรายอันจะพึงมีจากดินฟ้าอากาศ และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา.
ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ,
ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ,
อัพยาปัชฌะปะระมะตายาติ.
เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงบริโภคคิลานเภสัชบริขาร (ยารักษาโรค),
เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้ว มีอาพาธต่าง ๆ เป็นมูล,
เพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียนเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้.

ที่มาของบทสวด

พระบาลีจากพระสูตรโดยตรง ปรากฏในสัพพาสวสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ว่าด้วยการละอาสวะด้วยการพิจารณาเสพปัจจัย (ปฏิเสวนา) และในอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อาสวสูตร รวมทั้งอปัณณกสูตร (อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต) ว่าด้วยความรู้จักประมาณในการบริโภค

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทประกอบท้ายทำวัตรเช้า ในวัดทั่วไปสวดต่อจากสังเวคปริกิตตนปาฐะเมื่อจบทำวัตรเช้า หรือสวดก่อนฉันภัตตาหาร "ตังขณิกปัจจเวกขณ์" แปลว่าการพิจารณาในขณะนั้น คือพิจารณาในขณะกำลังใช้สอยปัจจัย 4 แต่ละอย่าง ขึ้นต้นทุกท่อนด้วย "ปะฏิสังขา โยนิโส" (พิจารณาโดยแยบคายแล้ว) เนื้อหาชี้ว่าจีวรมีไว้กันหนาวร้อน แมลง และปกปิดร่างกาย อาหารมีไว้เพื่อให้ร่างกายดำรงอยู่และเกื้อกูลการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เพื่อความสนุกหรือความสวยงาม เสนาสนะมีไว้เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติและเป็นที่หลีกเร้นภาวนา และยามีไว้เพียงเพื่อบำบัดโรค

ความสำคัญตามคัมภีร์ พระพุทธเจ้าตรัสในสัพพาสวสูตรว่า การพิจารณาอย่างนี้เป็นวิธีละอาสวะ (กิเลสที่หมักหมม) ประเภทหนึ่ง เรียกว่า "ปฏิเสวนาปหาน" และคัมภีร์วิสุทธิมรรคจัดเป็นศีลข้อหนึ่งของภิกษุ ชื่อ "ปัจจยสันนิสสิตศีล" คือศีลที่อาศัยการพิจารณาปัจจัย ภิกษุที่บริโภคโดยไม่พิจารณาชื่อว่าบริโภคเป็นหนี้ ส่วนผู้พิจารณาแล้วบริโภคเป็นการบริโภคที่ปลอดโทษ

โอกาสที่ใช้ พระภิกษุสามเณรสวดหรือพิจารณาทุกวันก่อนฉันและก่อนใช้ปัจจัย ในสำนักปฏิบัติธรรมให้คฤหัสถ์สวดก่อนรับประทานอาหาร ท่อนบิณฑบาต ("ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง…") นิยมใช้เป็นบทพิจารณาอาหารโดยเฉพาะ ในตอนเย็นสวดคู่กับอตีตปัจจเวกขณปาฐะซึ่งเป็นการพิจารณาย้อนหลัง

ทำวัตรเช้าปัจจเวกขณ์ปัจจัย 4พิจารณาอาหารพระวินัย