พระสูตรและบทสวดสำคัญ

ติลักขณาทิคาถา

ติลักขะณาทิคาถา

คาถาว่าด้วยไตรลักษณ์เป็นต้น เห็นด้วยปัญญาว่าสังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ธรรมเป็นอนัตตา แล้วเบื่อหน่ายในทุกข์ นั่นคือทางแห่งความบริสุทธิ์

สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด
สัพเพ สังขารา ทุกขาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด
อัปปะกา เต มะนุสเสสุ เย ชะนา ปาระคามิโน
อะถายัง อิตะรา ปะชา ตีระเมวานุธาวะติ
ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ผู้ที่ไปถึงฝั่งโน้น (คือพระนิพพาน) มีอยู่น้อยนัก ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ได้แต่วิ่งวนอยู่ตามชายฝั่งนี้เท่านั้น
เย จะ โข สัมมะทักขาเต ธัมเม ธัมมานุวัตติโน
เต ชะนา ปาระเมสสันติ มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง
ส่วนชนเหล่าใดประพฤติตามธรรม ในธรรมที่พระตถาคตตรัสไว้ชอบแล้ว ชนเหล่านั้นจักข้ามพ้นบ่วงแห่งมัจจุราชอันข้ามได้แสนยากไปถึงฝั่งโน้นได้
กัณหัง ธัมมัง วิปปะหายะ สุกกัง ภาเวถะ ปัณฑิโต
โอกา อะโนกะมาคัมมะ วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง
บัณฑิตพึงละธรรมดำ (อกุศล) แล้วเจริญธรรมขาว (กุศล) ออกจากที่มีน้ำ (คืออาลัยในกาม) มาสู่ที่ไม่มีน้ำ (คือพระนิพพาน) อันเป็นวิเวกที่ยินดีได้ยาก
ตัต๎ราภิระติมิจเฉยยะ หิต๎วา กาเม อะกิญจะโน
ปะริโยทะเปยยะ อัตตานัง จิตตัก๎เลเสหิ ปัณฑิโต
บัณฑิตพึงละกามทั้งหลาย เป็นผู้ไม่มีความกังวล ปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวกนั้น พึงชำระตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตทั้งหลาย
เยสัง สัมโพธิยังเคสุ สัมมา จิตตัง สุภาวิตัง
อาทานะปะฏินิสสัคเค อะนุปาทายะ เย ระตา
ขีณาสะวา ชุติมันโต เต โลเก ปะรินิพพุตาติ ฯ
ชนเหล่าใดอบรมจิตดีแล้วโดยชอบในองค์แห่งการตรัสรู้ (โพชฌงค์) ไม่ถือมั่น ยินดีในการสละคืนความยึดถือ ชนเหล่านั้นเป็นผู้สิ้นอาสวะ มีความรุ่งเรือง ดับสนิทแล้วในโลก

ที่มาของบทสวด

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท มรรควรรค คาถาที่ 277-279 และปัณฑิตวรรค คาถาที่ 85-89 — รวบรวมเป็นบทสวดในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

ติลักขณาทิคาถา แปลว่า คาถาว่าด้วยไตรลักษณ์เป็นต้น เป็นการรวบรวมพระคาถาจากธรรมบทสองหมวดมาเรียงต่อกัน ส่วนแรก (3 คาถา) จากมรรควรรค แสดงไตรลักษณ์ ว่าเมื่อใดเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้คือทางแห่งความบริสุทธิ์ ส่วนหลัง (5 คาถา) จากปัณฑิตวรรค แสดงว่าผู้ถึงฝั่งคือพระนิพพานมีน้อย ผู้ประพฤติตามธรรมเท่านั้นจึงข้ามพ้นบ่วงมัจจุราชได้ บัณฑิตพึงละธรรมดำเจริญธรรมขาว ยินดีในวิเวก ชำระจิตจากกิเลส เจริญโพชฌงค์ จนสิ้นอาสวะดับสนิทในโลก

อานิสงส์และความเชื่อ: เป็นบทที่ให้ทั้งหลักวิปัสสนาและกำลังใจในการปฏิบัติ สวดเพื่อพิจารณาไตรลักษณ์ ปลุกความเพียรที่จะข้ามฝั่งด้วยการปฏิบัติตามธรรม และเป็นเครื่องเตือนใจให้ยินดีในความสงัด

โอกาสที่ใช้สวด: พระสงฆ์นิยมสวดในงานศพ ต่อจากธัมมนิยามสูตร และในการสวดมนต์เย็นของหลายวัด เป็นบทในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวงหมวดคาถาต่าง ๆ ผู้ปฏิบัติภาวนาสวดก่อนนั่งสมาธิเพื่อน้อมจิตสู่วิปัสสนา

ไตรลักษณ์ธรรมบทงานศพวิปัสสนาโพชฌงค์