งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล
พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ บทที่ 3 พระธาตุกถา
ธาตุกถา (สังคะโห อะสังคะโห)
บทสวดพระอภิธรรมคัมภีร์ที่ 3 ว่าด้วยการสงเคราะห์และไม่สงเคราะห์ธรรมเข้าในขันธ์ อายตนะ ธาตุ
ที่มาของบทสวด
พระไตรปิฎก พระอภิธรรมปิฎก – บทสวดยกเฉพาะข้อความตอนต้น (มาติกาหรือบทตั้ง) ของแต่ละคัมภีร์มาสวด ธรรมเนียมการสวด 7 คัมภีร์ในงานศพเป็นประเพณีไทย – บทนี้มาจากพระอภิธรรมปิฎก เล่ม 3 ธาตุกถา มาติกา (หัวข้อนัย 14 นัย ตอนต้น)
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
พระธาตุกถา เป็นคัมภีร์ที่ 3 ของพระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยการนำธรรมทั้งหลายมาจัดเข้าในหมวดขันธ์ 5 อายตนะ 12 และธาตุ 18 โดยพิจารณาว่าธรรมข้อใดสงเคราะห์ (จัดเข้าพวก) ได้กับหมวดใด ข้อใดสงเคราะห์ไม่ได้ ธรรมใดประกอบ (เกิดร่วมกัน) กับธรรมใด และธรรมใดไม่ประกอบกัน คัมภีร์นี้แสดงเป็นนัย 14 นัย บทสวดยกหัวข้อของนัยเหล่านั้นมาสวด เช่น สังคะโห (การสงเคราะห์) อะสังคะโห (การไม่สงเคราะห์) สัมปะโยโค (การประกอบ) วิปปะโยโค (การไม่ประกอบ) และการไขว้กันของหัวข้อเหล่านี้
ใจความสำหรับผู้ฟัง ธรรมทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรูปหรือนาม ล้วนจัดลงในขันธ์ อายตนะ ธาตุ ได้ทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใดอยู่นอกเหนือจากสภาวธรรมที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นเพียงธาตุ ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน ย่อมคลายความยึดมั่น
ธรรมเนียมการสวดพระอภิธรรมในงานศพไทย พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ในตอนค่ำของงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยสวดหัวข้อ (มาติกา) ของแต่ละคัมภีร์ตามลำดับตั้งแต่พระสังคิณีถึงพระมหาปัฏฐาน จบแล้วเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าและอนุโมทนา นิยมสวดคืนละ 4 จบ (บางแห่งสวด 1-3 จบ) ติดต่อกัน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ตามฐานะและประเพณีท้องถิ่น ความเชื่อว่าการสวดพระอภิธรรมมีที่มาจากเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 การสวดในงานศพจึงถือเป็นการแสดงกตัญญูต่อผู้ล่วงลับตามแบบพระพุทธองค์ และเป็นการเตือนใจผู้ฟังให้เห็นว่าชีวิตเป็นเพียงกลุ่มธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยแล้วดับไป
ข้อสังเกต บทนี้สั้นที่สุดในบรรดา 7 คัมภีร์ แต่มีถ้อยคำซ้ำกันคล้ายกัน ผู้สวดต้องออกเสียงให้ชัดเจนว่าเป็น "สังคะหิเตนะ" หรือ "อะสังคะหิเตนะ"