งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล

พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ บทที่ 5 พระกถาวัตถุ

กถาวัตถุ (ปุคคะโล อุปะลัพภะติ)

บทสวดพระอภิธรรมคัมภีร์ที่ 5 เป็นคำถามตอบหักล้างมิจฉาทิฏฐิว่ามีบุคคลอยู่จริงโดยปรมัตถ์

ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ อามันตา
(ถาม) ท่านหยั่งเห็นบุคคลได้โดยความหมายที่แท้จริง โดยปรมัตถ์หรือ (ตอบ) ใช่
โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ นะ เหวัง วัตตัพเพ
(ถาม) สภาวะใดที่แท้จริงเป็นปรมัตถ์ ท่านหยั่งเห็นบุคคลนั้นโดยความหมายที่แท้จริง โดยปรมัตถ์ ตามสภาวะนั้นหรือ (ตอบ) ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
อาชานาหิ นิคคะหัง หัญจิ ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ เตนะ วะตะ เร วัตตัพเพ โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ มิจฉา
(ถาม) ท่านจงรับรู้การถูกหักล้าง (นิคคหะ) เถิด ถ้าท่านหยั่งเห็นบุคคลได้โดยความหมายที่แท้จริง โดยปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นแหละท่านก็ควรกล่าวว่า สภาวะใดที่แท้จริงเป็นปรมัตถ์ ก็หยั่งเห็นบุคคลนั้นโดยความหมายที่แท้จริงโดยปรมัตถ์ตามสภาวะนั้นด้วย คำที่ท่านกล่าว (ว่าใช่ในข้อแรก แต่ไม่พึงกล่าวในข้อหลัง) จึงผิด

ที่มาของบทสวด

พระไตรปิฎก พระอภิธรรมปิฎก – บทสวดยกเฉพาะข้อความตอนต้น (มาติกาหรือบทตั้ง) ของแต่ละคัมภีร์มาสวด ธรรมเนียมการสวด 7 คัมภีร์ในงานศพเป็นประเพณีไทย – บทนี้มาจากพระอภิธรรมปิฎก เล่ม 4 กถาวัตถุ มหาวรรค ปุคคลกถา (อนุโลมปัญจกะ ตอนต้น) คัมภีร์นี้พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเรียบเรียงในคราวสังคายนาครั้งที่ 3 สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ราว พ.ศ. 235

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

พระกถาวัตถุ เป็นคัมภีร์ที่ 5 ของพระอภิธรรมปิฎก มีลักษณะพิเศษคือแต่งเป็นคำถามตอบระหว่างฝ่ายสกวาที (ฝ่ายเถรวาท) กับปรวาที (ฝ่ายนิกายอื่น) เพื่อหักล้างทิฏฐิที่ผิด 219 เรื่อง เรื่องแรกและสำคัญที่สุดคือปุคคลกถา ว่าด้วยการโต้แย้งความเห็นที่ว่ามี "บุคคล" หรืออัตตาอยู่จริงโดยปรมัตถ์ บทสวดยกตอนต้นของการโต้แย้งนี้ คือฝ่ายสกวาทีถามว่าท่านเห็นบุคคลมีอยู่จริงโดยปรมัตถ์หรือ เมื่อฝ่ายตรงข้ามตอบว่าใช่ ก็ซักต่อว่าถ้าอย่างนั้นบุคคลก็ต้องเป็นปรมัตถธรรมอย่างหนึ่งเหมือนรูปนาม เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมรับ จึงชี้ว่าคำตอบทั้งสองขัดกัน เป็นอันถูกหักล้าง (นิคคหะ)

ประวัติ พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเรียบเรียงคัมภีร์นี้ขึ้นในคราวสังคายนาครั้งที่ 3 โดยขยายจากมาติกาที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ เพื่อชำระพระศาสนาจากลัทธิที่แปลกปลอมเข้ามา

ใจความสำหรับผู้ฟัง สิ่งที่เรียกว่าตัวตนบุคคลไม่มีอยู่จริงโดยปรมัตถ์ มีแต่รูปนามที่เกิดดับ ผู้ที่ตายไปจึงไม่ใช่ "ใคร" ที่สูญหายไป แต่เป็นกระแสธรรมที่เปลี่ยนไปตามกรรม การเข้าใจเช่นนี้ช่วยบรรเทาความโศกและความยึดมั่น

ธรรมเนียมการสวดพระอภิธรรมในงานศพไทย พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ในตอนค่ำของงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยสวดหัวข้อ (มาติกา) ของแต่ละคัมภีร์ตามลำดับตั้งแต่พระสังคิณีถึงพระมหาปัฏฐาน จบแล้วเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าและอนุโมทนา นิยมสวดคืนละ 4 จบ (บางแห่งสวด 1-3 จบ) ติดต่อกัน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ตามฐานะและประเพณีท้องถิ่น ความเชื่อว่าการสวดพระอภิธรรมมีที่มาจากเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 การสวดในงานศพจึงถือเป็นการแสดงกตัญญูต่อผู้ล่วงลับตามแบบพระพุทธองค์ และเป็นการเตือนใจผู้ฟังให้เห็นว่าชีวิตเป็นเพียงกลุ่มธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยแล้วดับไป

พระอภิธรรมงานศพสวดศพกถาวัตถุอนัตตา