งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล

พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ บทที่ 7 พระมหาปัฏฐาน

มหาปัฏฐาน (ปัจจัย 24)

บทสวดพระอภิธรรมคัมภีร์สุดท้าย แสดงปัจจัย 24 ประการที่ธรรมทั้งหลายอาศัยกันและกันเกิดขึ้น ตั้งแต่เหตุปัจจัยถึงอวิคตปัจจัย

เหตุปัจจะโย อารัมมะณะปัจจะโย อะธิปะติปัจจะโย อะนันตะระปัจจะโย สะมะนันตะระปัจจะโย สะหะชาตะปัจจะโย อัญญะมัญญะปัจจะโย นิสสะยะปัจจะโย
1. เหตุปัจจัย (ธรรมที่เป็นเหตุ คือ โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ) 2. อารัมมณปัจจัย (ธรรมที่เป็นอารมณ์) 3. อธิปติปัจจัย (ธรรมที่เป็นใหญ่) 4. อนันตรปัจจัย (ธรรมที่เกิดต่อกันไม่มีระหว่างคั่น) 5. สมนันตรปัจจัย (ธรรมที่เกิดต่อกันโดยลำดับชิดสนิท) 6. สหชาตปัจจัย (ธรรมที่เกิดร่วมกัน) 7. อัญญมัญญปัจจัย (ธรรมที่อาศัยซึ่งกันและกัน) 8. นิสสยปัจจัย (ธรรมที่เป็นที่อาศัย)
อุปะนิสสะยะปัจจะโย ปุเรชาตะปัจจะโย ปัจฉาชาตะปัจจะโย อาเสวะนะปัจจะโย กัมมะปัจจะโย วิปากะปัจจะโย อาหาระปัจจะโย อินทริยะปัจจะโย
9. อุปนิสสยปัจจัย (ธรรมที่เป็นที่อาศัยอย่างแรงกล้า) 10. ปุเรชาตปัจจัย (ธรรมที่เกิดก่อน) 11. ปัจฉาชาตปัจจัย (ธรรมที่เกิดภายหลัง) 12. อาเสวนปัจจัย (ธรรมที่เสพคุ้นสืบต่อกัน) 13. กัมมปัจจัย (กรรม) 14. วิปากปัจจัย (ผลของกรรม) 15. อาหารปัจจัย (ธรรมที่เป็นอาหาร) 16. อินทริยปัจจัย (ธรรมที่เป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน)
ฌานะปัจจะโย มัคคะปัจจะโย สัมปะยุตตะปัจจะโย วิปปะยุตตะปัจจะโย อัตถิปัจจะโย นัตถิปัจจะโย วิคะตะปัจจะโย อะวิคะตะปัจจะโย
17. ฌานปัจจัย (องค์ฌาน) 18. มัคคปัจจัย (องค์มรรค) 19. สัมปยุตตปัจจัย (ธรรมที่ประกอบร่วมกัน) 20. วิปปยุตตปัจจัย (ธรรมที่ไม่ประกอบร่วมกัน) 21. อัตถิปัจจัย (ธรรมที่ยังมีอยู่) 22. นัตถิปัจจัย (ธรรมที่ไม่มีแล้ว) 23. วิคตปัจจัย (ธรรมที่ปราศไปแล้ว) 24. อวิคตปัจจัย (ธรรมที่ยังไม่ปราศไป) – ธรรมทั้งหลายย่อมเป็นปัจจัยแก่กันและกันด้วยอาการเหล่านี้

ที่มาของบทสวด

พระไตรปิฎก พระอภิธรรมปิฎก – บทสวดยกเฉพาะข้อความตอนต้น (มาติกาหรือบทตั้ง) ของแต่ละคัมภีร์มาสวด ธรรมเนียมการสวด 7 คัมภีร์ในงานศพเป็นประเพณีไทย – บทนี้มาจากพระอภิธรรมปิฎก เล่ม 7-12 (มหา)ปัฏฐาน ปัจจยุทเทส (การยกหัวข้อปัจจัย 24)

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

พระมหาปัฏฐาน เป็นคัมภีร์ที่ 7 และคัมภีร์สุดท้ายของพระอภิธรรมปิฎก มีขนาดใหญ่ที่สุด (ในพระไตรปิฎกไทยแบ่งเป็น 6 เล่ม) และถือว่าลึกซึ้งที่สุด ว่าด้วยปัจจัย 24 คือความสัมพันธ์ 24 แบบที่ธรรมทั้งหลายเป็นเหตุเป็นผลแก่กันและกัน เช่น เป็นเหตุ เป็นอารมณ์ เป็นใหญ่ เกิดร่วมกัน อาศัยกัน เป็นกรรม เป็นวิบาก เป็นอาหาร ฯลฯ บทสวดยกปัจจยุทเทส คือรายชื่อปัจจัยทั้ง 24 ตั้งแต่เหตุปัจจัยถึงอวิคตปัจจัย (คัมภีร์เต็มอธิบายแต่ละปัจจัยและนำมาผสมกับติกมาติกาและทุกมาติกาอย่างพิสดาร) ตามคัมภีร์กล่าวว่าเมื่อพระพุทธเจ้าทรงพิจารณาคัมภีร์นี้หลังตรัสรู้ พระวรกายจึงเปล่งฉัพพรรณรังสีเพราะพระสัพพัญญุตญาณได้โอกาสแผ่ไปเต็มที่

ใจความสำหรับผู้ฟัง ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพราะมีปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุนกัน ไม่มีสิ่งใดเกิดหรือดำรงอยู่ได้โดยลำพัง ชีวิตและความตายก็เป็นไปตามปัจจัย เมื่อปัจจัยหมดก็ดับ การเห็นเช่นนี้เป็นทางแห่งการปล่อยวาง

ธรรมเนียมการสวดพระอภิธรรมในงานศพไทย พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ในตอนค่ำของงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยสวดหัวข้อ (มาติกา) ของแต่ละคัมภีร์ตามลำดับตั้งแต่พระสังคิณีถึงพระมหาปัฏฐาน จบแล้วเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าและอนุโมทนา นิยมสวดคืนละ 4 จบ (บางแห่งสวด 1-3 จบ) ติดต่อกัน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ตามฐานะและประเพณีท้องถิ่น ความเชื่อว่าการสวดพระอภิธรรมมีที่มาจากเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 การสวดในงานศพจึงถือเป็นการแสดงกตัญญูต่อผู้ล่วงลับตามแบบพระพุทธองค์ และเป็นการเตือนใจผู้ฟังให้เห็นว่าชีวิตเป็นเพียงกลุ่มธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยแล้วดับไป

ข้อสังเกต ในธรรมเนียมไทย บทมหาปัฏฐานเป็นบทที่สวดปิดท้าย และมีความเชื่อว่าเป็นบทที่มีอานุภาพมาก บางแห่งนิยมสวดปัจจัย 24 นี้ในการสวดต่ออายุด้วย โดยถือว่าเป็นการสวดพระอภิธรรมให้คนเป็น

พระอภิธรรมงานศพสวดศพมหาปัฏฐานปัจจัย 24