งานอวมงคล – พระอภิธรรมและบทบังสุกุล

บทสวดมาติกา (ธัมมสังคิณีมาติกา สำหรับบังสุกุล)

ธัมมะสังคิณีมาติกา / ติกมาติกา 22

แม่บทหมวด 3 ทั้ง 22 หมวดจากคัมภีร์ธัมมสังคณี ที่พระสงฆ์สวดก่อนบังสุกุลในงานศพและงานทำบุญอัฐิ

กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา
ธรรมที่เป็นกุศล ธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่เป็นอัพยากฤต (ไม่ใช่ทั้งกุศลและอกุศล)
สุขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมา ทุกขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมา อะทุกขะมะสุขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมา
ธรรมที่ประกอบด้วยสุขเวทนา ธรรมที่ประกอบด้วยทุกขเวทนา ธรรมที่ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา (เฉย ๆ)
วิปากา ธัมมา วิปากะธัมมะธัมมา เนวะวิปากะนะวิปากะธัมมะธัมมา
ธรรมที่เป็นวิบาก (ผลของกรรม) ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก ธรรมที่ไม่ใช่ทั้งวิบากและเหตุแห่งวิบาก
อุปาทินนุปาทานิยา ธัมมา อะนุปาทินนุปาทานิยา ธัมมา อะนุปาทินนานุปาทานิยา ธัมมา
ธรรมที่กรรมยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ธรรมที่กรรมไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ธรรมที่กรรมไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
สังกิลิฏฐะสังกิเลสิกา ธัมมา อะสังกิลิฏฐะสังกิเลสิกา ธัมมา อะสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกา ธัมมา
ธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส ธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส
สะวิตักกะสะวิจารา ธัมมา อะวิตักกะวิจาระมัตตา ธัมมา อะวิตักกาวิจารา ธัมมา
ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร ธรรมที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
ปีติสะหะคะตา ธัมมา สุขะสะหะคะตา ธัมมา อุเปกขาสะหะคะตา ธัมมา
ธรรมที่เกิดร่วมกับปีติ ธรรมที่เกิดร่วมกับสุข ธรรมที่เกิดร่วมกับอุเบกขา
ทัสสะเนนะ ปะหาตัพพา ธัมมา ภาวะนายะ ปะหาตัพพา ธัมมา เนวะทัสสะเนนะ นะภาวะนายะ ปะหาตัพพา ธัมมา
ธรรมที่พึงละด้วยทัสสนะ (โสดาปัตติมรรค) ธรรมที่พึงละด้วยภาวนา (มรรคเบื้องสูง) ธรรมที่ไม่พึงละทั้งด้วยทัสสนะและภาวนา
ทัสสะเนนะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมา ภาวะนายะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมา เนวะทัสสะเนนะ นะภาวะนายะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมา
ธรรมที่มีเหตุอันพึงละด้วยทัสสนะ ธรรมที่มีเหตุอันพึงละด้วยภาวนา ธรรมที่มีเหตุอันไม่พึงละทั้งด้วยทัสสนะและภาวนา
อาจะยะคามิโน ธัมมา อะปะจะยะคามิโน ธัมมา เนวาจะยะคามิโน นาปะจะยะคามิโน ธัมมา
ธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงการสั่งสม (เวียนเกิด) ธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงการไม่สั่งสม ธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงทั้งการสั่งสมและการไม่สั่งสม
เสกขา ธัมมา อะเสกขา ธัมมา เนวะเสกขา นาเสกขา ธัมมา
ธรรมของพระเสขะ (ผู้ยังต้องศึกษา) ธรรมของพระอเสขะ (ผู้ไม่ต้องศึกษาแล้ว) ธรรมที่ไม่ใช่ทั้งของพระเสขะและพระอเสขะ
ปะริตตา ธัมมา มะหัคคะตา ธัมมา อัปปะมาณา ธัมมา
ธรรมที่เป็นปริตตะ (กามาวจร) ธรรมที่เป็นมหัคคตะ (รูปาวจร อรูปาวจร) ธรรมที่เป็นอัปปมาณะ (โลกุตตระ)
ปะริตตารัมมะณา ธัมมา มะหัคคะตารัมมะณา ธัมมา อัปปะมาณารัมมะณา ธัมมา
ธรรมที่มีปริตตธรรมเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีมหัคคตธรรมเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีอัปปมาณธรรมเป็นอารมณ์
หีนา ธัมมา มัชฌิมา ธัมมา ปะณีตา ธัมมา
ธรรมชั้นต่ำ ธรรมชั้นกลาง ธรรมชั้นประณีต
มิจฉัตตะนิยะตา ธัมมา สัมมัตตะนิยะตา ธัมมา อะนิยะตา ธัมมา
ธรรมที่ผิดและแน่นอน (ให้ผลแน่) ธรรมที่ถูกและแน่นอน ธรรมที่ไม่แน่นอน
มัคคารัมมะณา ธัมมา มัคคะเหตุกา ธัมมา มัคคาธิปะติโน ธัมมา
ธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ ธรรมที่มีมรรคเป็นใหญ่
อุปปันนา ธัมมา อะนุปปันนา ธัมมา อุปปาทิโน ธัมมา
ธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ธรรมที่จักเกิดขึ้น
อะตีตา ธัมมา อะนาคะตา ธัมมา ปัจจุปปันนา ธัมมา
ธรรมที่เป็นอดีต ธรรมที่เป็นอนาคต ธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อะตีตารัมมะณา ธัมมา อะนาคะตารัมมะณา ธัมมา ปัจจุปปันนารัมมะณา ธัมมา
ธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์
อัชฌัตตา ธัมมา พะหิทธา ธัมมา อัชฌัตตะพะหิทธา ธัมมา
ธรรมที่เป็นภายใน ธรรมที่เป็นภายนอก ธรรมที่เป็นทั้งภายในและภายนอก
อัชฌัตตารัมมะณา ธัมมา พะหิทธารัมมะณา ธัมมา อัชฌัตตะพะหิทธารัมมะณา ธัมมา
ธรรมที่มีธรรมภายในเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีธรรมภายนอกเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีธรรมทั้งภายในและภายนอกเป็นอารมณ์
สะนิทัสสะนะสัปปะฏิฆา ธัมมา อะนิทัสสะนะสัปปะฏิฆา ธัมมา อะนิทัสสะนาปปะฏิฆา ธัมมา
ธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ ธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้

ที่มาของบทสวด

พระไตรปิฎก พระอภิธรรมปิฎก เล่ม 1 ธัมมสังคณี ติกมาติกา (แม่บทหมวด 3 จำนวน 22 หมวด) ธรรมเนียมสวดมาติกาก่อนบังสุกุลเป็นประเพณีของคณะสงฆ์ไทย

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทสวดมาติกา คือแม่บทหมวด 3 (ติกมาติกา) ทั้ง 22 หมวดจากคัมภีร์ธัมมสังคณี ซึ่งเป็นแม่บทที่พระอภิธรรมทั้งปิฎกใช้เป็นกรอบในการจำแนกธรรม แต่ละหมวดแบ่งธรรมทั้งปวงออกเป็น 3 ประเภทด้วยเกณฑ์ต่างกัน เช่น กุศล-อกุศล-อัพยากฤต, สุข-ทุกข์-เฉย, อดีต-อนาคต-ปัจจุบัน, ภายใน-ภายนอก-ทั้งสอง, เห็นได้-เห็นไม่ได้ ครบทั้ง 22 เกณฑ์ ครอบคลุมสภาวธรรมทั้งหมดที่มีอยู่

ธรรมเนียม "สวดมาติกา บังสุกุล" ในงานศพและงานทำบุญอัฐิ พระสงฆ์ (มักเป็น 10 รูปหรือมากกว่า) สวดบทมาติกานี้พร้อมกัน จบแล้วเจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าด้วยบท "อะนิจจา วะตะ สังขารา" แล้วอนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ธรรมเนียมนี้เรียกรวมว่า "สวดมาติกาบังสุกุล" ใช้ทั้งในวันสวดพระอภิธรรม วันฌาปนกิจ งานทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน และงานทำบุญอัฐิประจำปี ในงานพระราชพิธีเรียกว่า "สดับปกรณ์" ถ้าสวดมาติกาต่อจากบทสวดแจง (พระวินัย พระสูตร) จะเรียกว่า "สวดแจง"

ความหมายสำหรับผู้ฟัง การได้ฟังแม่บทที่ครอบคลุมธรรมทั้งปวง เป็นการเตือนให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่อยู่นอกเหนือธรรมชาติที่เกิดดับตามเหตุปัจจัย และให้เกิดสังเวชว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ควรเร่งสร้างกุศลธรรม

ข้อสังเกต บทนี้เป็นบทเดียวกับที่ใช้เป็นบทที่ 1 (พระสังคิณี) ในการสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ แต่พระสังคิณีสวดเฉพาะหมวดแรกและขยายความ ส่วนมาติกาสวดครบ 22 หมวดโดยไม่ขยายความ

มาติกาบังสุกุลงานศพทำบุญอัฐิพระอภิธรรม