บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำอาราธนาธรรมพิเศษ (อาราธนาเทศน์วันธรรมสวนะ)

ธัมมัสสะวะนะทิวะสะ ธัมมะยาจะนา

คำอาราธนาเทศน์แบบยาว ใช้ในวันพระ 8 ค่ำ 14 ค่ำ 15 ค่ำ เริ่มด้วย "จาตุททะสี ปัณณะระสี ยา จะ ปักขัสสะ อัฏฐะมี"

จาตุททะสี ปัณณะระสี ยา จะ ปักขัสสะ อัฏฐะมี
กาลา พุทเธนะ ปัญญัตตา สัทธัมมัสสะวะนัสสิเม
วัน 14 ค่ำ วัน 15 ค่ำ และวัน 8 ค่ำ แห่งปักษ์เหล่านี้ เป็นกาลที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เพื่อการฟังพระสัทธรรม
อัฏฐะมี โข อะยันทานิ สัมปัตตา อะภิลักขิตา
เตนายัง ปะริสา ธัมมัง โสตุง อิธะ สะมาคะตา
บัดนี้วัน 8 ค่ำ (หรือ 14 ค่ำ / 15 ค่ำ) อันเป็นวันกำหนดหมายนั้นมาถึงแล้ว เพราะเหตุนั้น บริษัทนี้จึงมาประชุมกัน ณ ที่นี้ เพื่อฟังธรรม
สาธุ อัยโย ภิกขุสังโฆ กะโรตุ ธัมมะเทสะนัง
อะยัญจะ ปะริสา สัพพา อัฏฐิกัตวา สุณาตุ ตันติ
ขอพระภิกษุสงฆ์ผู้เจริญโปรดแสดงพระธรรมเทศนา และขอบริษัททั้งปวงนี้จงตั้งใจฟังธรรมนั้นโดยเคารพเถิด

ที่มาของบทสวด

คาถาแต่งขึ้นในประเทศไทยเพื่อใช้อาราธนาธรรมในวันธรรมสวนะ ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก ปรากฏในหนังสือมนต์พิธีและศาสนพิธีของคณะสงฆ์ไทย

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำอาราธนาธรรมพิเศษ เป็นคำอาราธนาเทศน์แบบยาวที่ใช้เฉพาะในวันธรรมสวนะ (วันพระ) เนื้อความกล่าวว่าวัน 8 ค่ำ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดไว้สำหรับฟังธรรม บัดนี้วันนั้นมาถึงแล้ว พุทธบริษัทจึงมาประชุมกันเพื่อฟังธรรม ขอพระสงฆ์ได้โปรดแสดงพระธรรมเทศนา และขอทุกคนตั้งใจฟังโดยเคารพ

วิธีใช้ ในบรรทัดที่สาม (อัฏฐะมี โข อะยันทานิ) ให้เปลี่ยนคำตามวันที่เทศน์ คือ วัน 8 ค่ำ ว่า อัฏฐะมี วัน 14 ค่ำ ว่า จาตุททะสี วัน 15 ค่ำ ว่า ปัณณะระสี ส่วนบรรทัดแรกคงไว้ตามเดิมเพราะเป็นการกล่าวถึงวันธรรมสวนะทั้งสามวัน

โอกาสที่ใช้ ใช้แทนคำอาราธนาธรรมแบบสั้น (พรัหมา จะ โลกาธิปะตี) เมื่อมีการแสดงธรรมที่วัดในวันพระ โดยมัคนายกหรือทายกผู้เป็นหัวหน้ากล่าวก่อนพระขึ้นธรรมาสน์ ส่วนการเทศน์ในงานบุญทั่วไปหรืองานศพนิยมใช้แบบสั้น

อาราธนาเทศน์วันพระวันธรรมสวนะ