คำถวายสังฆทาน (ภัตตาหาร)
คำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน
คำถวายภัตตาหารพร้อมบริวารแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นสังฆทาน "อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ"
ที่มาของบทสวด
คำถวายทานแต่งเป็นภาษาบาลีในประเทศไทย ตามแบบในหนังสือมนต์พิธีและศาสนพิธีของคณะสงฆ์ไทย (ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก) หลักเรื่องสังฆทานมีที่มาในมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ทักขิณาวิภังคสูตร
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
คำถวายสังฆทาน เป็นคำกล่าวถวายภัตตาหารและสิ่งของบริวาร (เช่น เครื่องไทยธรรม ปัจจัย 4) แด่พระภิกษุสงฆ์โดยไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง คำว่า ภัตตานิ สะปะริวารานิ แปลว่า ภัตตาหารพร้อมทั้งของบริวาร จึงใช้ได้ทั้งการถวายอาหารเพลและการถวายชุดสังฆทานที่มีของใช้ต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย
อานิสงส์ ในทักขิณาวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าทานที่ถวายแก่สงฆ์ (สังฆทาน) มีผลมากกว่าทานที่ถวายเจาะจงบุคคล แม้แต่ทานที่ถวายแด่พระองค์เอง เพราะสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม ผู้ถวายจึงพึงตั้งจิตถวายแด่สงฆ์ ไม่เลือกว่าเป็นพระรูปใด
โอกาสที่ใช้ ทำบุญเลี้ยงพระในงานมงคล ทำบุญวันเกิด ถวายสังฆทานที่วัดในวันพระหรือวันสำคัญ และการถวายเพลทั่วไป โดยกล่าว "นะโม ตัสสะ" 3 จบก่อน แล้วจึงกล่าวคำถวาย เมื่อจบพระสงฆ์รับ "สาธุ" แล้วเจ้าภาพประเคน
ข้อสังเกต ถ้าถวายคนเดียวเปลี่ยน "มะยัง" เป็น "อะหัง" "โอโณชะยามะ" เป็น "โอโณชะยามิ" "โน" เป็น "เม" และ "อัมหากัง" เป็น "มัยหัง" บางฉบับเติม "นิพพานายะ จะ" (และเพื่อพระนิพพาน) ต่อท้าย ถ้าถวายอุทิศให้ผู้ล่วงลับใช้บท "คำถวายสังฆทานอุทิศผู้ตาย" แทน