คำอาราธนาศีล 5
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ
คำกล่าวขอศีล 5 พร้อมไตรสรณคมน์จากพระสงฆ์ กล่าว 3 จบก่อนที่พระจะให้ศีลในงานพิธีและการทำบุญทั่วไป
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
เพื่อจะรักษาแยกเป็นข้อๆ
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
เพื่อจะรักษาแยกเป็นข้อๆ
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
เพื่อจะรักษาแยกเป็นข้อๆ
ที่มาของบทสวด
คำอาราธนาที่แต่งขึ้นในภายหลังตามธรรมเนียมพิธีกรรมของไทย (ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก) ใช้ในหนังสือมนต์พิธีและศาสนพิธีทั่วไป
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
คำอาราธนาศีล 5 เป็นคำที่ฆราวาสกล่าวขอศีลจากพระสงฆ์ก่อนที่พระจะให้ไตรสรณคมน์และศีล คำว่า "วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ" แปลว่า "เพื่อรักษาแยกเป็นข้อๆ" หมายความว่า หากล่วงละเมิดศีลข้อใดข้อหนึ่ง ศีลข้ออื่นก็ยังคงอยู่ ไม่ขาดไปทั้งหมด (ต่างจากการรับศีลแบบรวม ซึ่งเมื่อขาดข้อหนึ่งถือว่าขาดทั้งหมด) ส่วน "ติสะระเณนะ สะหะ" คือ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ เพราะการรับศีลต้องเริ่มด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะเสมอ
ตามประเพณี การอาราธนาศีลเป็นการแสดงเจตนาที่จะตั้งอยู่ในศีลด้วยตนเอง ศีลจึงจะสมบูรณ์ ผู้ที่สมาทานศีลด้วยเจตนาย่อมได้อานิสงส์ตามที่พระสงฆ์กล่าวสรุปท้ายศีลว่า ศีลเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ ให้ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์ และให้ถึงพระนิพพาน
ใช้ในงานพิธีทุกประเภทที่มีพระสงฆ์ ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล เช่น ทำบุญบ้าน ทำบุญวันเกิด งานศพ และการฟังเทศน์ โดยพิธีกรหรือประธานจุดธูปเทียน กราบพระรัตนตรัย แล้วกล่าวคำอาราธนานี้ 3 จบ ผู้ร่วมพิธีกล่าวตามหรือประนมมือรับฟัง เมื่อรับศีล 8 ใช้ "อัฏฐะ สีลานิ" แทน "ปัญจะ สีลานิ" และหากขอศีลคนเดียวใช้ "อะหัง ภันเต … ยาจามิ"
ข้อสังเกต: ลำดับพิธีทั่วไปคือ อาราธนาศีล → พระให้นะโม → ไตรสรณคมน์ → ศีล 5 → พระกล่าวอานิสงส์ศีล → อาราธนาพระปริตร (งานมงคล) หรืออาราธนาธรรม (ฟังเทศน์) บางท้องถิ่นตัดคำว่า "วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ" ออก ซึ่งเป็นการขอรักษาศีลแบบรวม