บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำบูชาวันวิสาขบูชา (คำนำถวายดอกไม้ธูปเทียน)

วิสาขะปูชา

คำบูชาพระรัตนตรัยก่อนเวียนเทียนวันวิสาขบูชา กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และระลึกถึงวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน

ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา โย โน ภะคะวา สัตถา ยัสสะ จะ มะยัง ภะคะวะโต ธัมมัง โรเจมะ
ข้าพเจ้าทั้งหลายถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดว่าเป็นสรณะ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นพระศาสดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย และข้าพเจ้าทั้งหลายชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด
อะโหสิ โข โส ภะคะวา มัชฌิเมสุ ชะนะปะเทสุ อะริยะเกสุ มะนุสเสสุ อุปปันโน ขัตติโย ชาติยา โคตะโม โคตเตนะ สักยะปุตโต สักยะกุลา ปัพพะชิโต สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นได้อุบัติขึ้นแล้วในหมู่มนุษย์ชาวอริยกะ ในมัชฌิมชนบท ทรงเป็นกษัตริย์โดยพระชาติ เป็นโคดมโดยพระโคตร เป็นศากยบุตร เสด็จออกผนวชจากศากยตระกูล ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
นิสสังสะยัง โข โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวา
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกอย่างยอดเยี่ยม ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ตื่นผู้เบิกบาน ทรงจำแนกธรรม โดยไม่ต้องสงสัยเลย
สวากขาโต โข ปะนะ เตนะ ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ
อนึ่ง พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่จำกัดกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน
สุปะฏิปันโน โข ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ
อนึ่ง พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์ ปฏิบัติสมควร ได้แก่คู่แห่งบุรุษ 4 คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ 8 บุรุษ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้เป็นผู้ควรแก่ของคำนับ ควรแก่การต้อนรับ ควรแก่ของทำบุญ ควรแก่การกราบไหว้ เป็นเนื้อนาบุญของโลกอย่างยอดเยี่ยม
อะยัง โข ปะนะ ปะฏิมา (ถูโป) ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ กะตา (กะโต) ยาวะเทวะ ทัสสะเนนะ ตัง ภะคะวันตัง อะนุสสะริตวา ปะสาทะสังเวคะปะฏิลาภายะ
อนึ่ง พระปฏิมา (พระสถูป) นี้ สร้างขึ้นอุทิศแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เพียงเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นแล้วระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แล้วได้ความเลื่อมใสและความสังเวช
มะยัง โข เอตะระหิ อิมัง วิสาขะปุณณะมีกาลัง ตัสสะ ภะคะวะโต ชาติสัมโพธินิพพานะกาละสัมมะตัง ปัตวา อิมัง ฐานัง สัมปัตตา อิเม ทัณฑะทีปะธูปาทิสักกาเร คะเหตวา อัตตะโน กายัง สักการุปะธานัง กะริตวา ตัสสะ ภะคะวะโต ยะถาภุจเจ คุเณ อะนุสสะรันตา อิมัง ปะฏิมัง (ถูปัง) ติกขัตตุง ปะทักขิณัง กะริสสามะ ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานา
บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายมาถึงกาลวิสาขบูรณมี (วันเพ็ญเดือน 6) อันเป็นที่รู้กันว่าเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น มาประชุมกัน ณ สถานที่นี้ ถือเครื่องสักการะมีเทียน ธูป เป็นต้นเหล่านี้ ทำกายของตนให้เป็นดังภาชนะรองรับเครื่องสักการะ ระลึกถึงพระคุณตามความเป็นจริงของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น จักกระทำประทักษิณพระปฏิมา (พระสถูป) นี้ 3 รอบ พลางกระทำการบูชาด้วยเครื่องสักการะที่ถือไว้แล้ว
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ ญาตัพเพหิ คุเณหิ อะตีตารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน อิเม อัมเหหิ คะหิเต สักกาเร ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าแม้เสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว ยังทรงปรากฏอยู่ด้วยพระคุณทั้งหลายอันพึงรู้ได้ โดยความเป็นอารมณ์ที่ระลึกถึงในอดีต ขอจงทรงรับเครื่องสักการะที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถือไว้แล้วเหล่านี้ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ

ที่มาของบทสวด

คำนำถวายดอกไม้ธูปเทียนวันวิสาขบูชา พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (แต่งในสมัยรัชกาลที่ 5-6) ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก แต่ประกอบด้วยบทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จากพระสูตร (เช่น ทีฆนิกาย มหาปรินิพพานสูตร) และข้อความเกี่ยวกับพระพุทธประวัติจากทีฆนิกาย อัมพัฏฐสูตร

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำบูชาวันวิสาขบูชา เป็นคำกล่าวนำเวียนเทียนในวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นประธานสงฆ์หรือประธานฝ่ายฆราวาสกล่าวนำ ผู้ร่วมพิธีถือดอกไม้ธูปเทียนกล่าวตาม เนื้อความประกอบด้วย การประกาศตนว่าถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ กล่าวถึงพระพุทธประวัติโดยย่อว่าทรงอุบัติในมัชฌิมชนบท เป็นกษัตริย์ศากยวงศ์ ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ สรรเสริญพระพุทธคุณ 9 พระธรรมคุณ 6 พระสังฆคุณ 9 กล่าวถึงพระปฏิมาหรือพระสถูปที่จะเวียนเทียนว่าสร้างขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงพระองค์ ประกาศว่าวันนี้เป็นวันวิสาขบูรณมี จะเวียนประทักษิณ 3 รอบ และขอให้พระพุทธเจ้าแม้ปรินิพพานแล้วทรงรับเครื่องสักการะ

ประวัติ พิธีวิสาขบูชาในไทยมีมาแต่สมัยสุโขทัย ฟื้นฟูขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ส่วนคำบูชาสำนวนนี้เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งทรงแต่งคำบูชาสำหรับวันสำคัญทั้งสามให้มีโครงสร้างเดียวกัน ต่างกันเฉพาะท่อนที่กล่าวถึงเหตุการณ์ของวันนั้น ๆ

วิธีใช้ คำในวงเล็บให้เลือกตามสิ่งที่เวียนเทียน คือถ้าเวียนรอบพระพุทธรูปหรือพระอุโบสถใช้ ปะฏิมา / กะตา / ปะฏิมัง ถ้าเวียนรอบพระสถูปเจดีย์ใช้ ถูโป / กะโต / ถูปัง เมื่อกล่าวจบเริ่มเดินเวียนขวา 3 รอบ ระหว่างเดินให้สวดหรือระลึกพระพุทธคุณ (รอบแรก) พระธรรมคุณ (รอบสอง) พระสังฆคุณ (รอบสาม) เสร็จแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาที่หน้าพระ

ข้อสังเกต บทนี้ยาวและเป็นร้อยแก้วบาลี ผู้กล่าวนำจึงนิยมแบ่งเป็นวรรคสั้น ๆ ให้ผู้ร่วมพิธีว่าตาม บางวัดกล่าวเฉพาะภาษาบาลี บางวัดกล่าวคำแปลภาษาไทยด้วย

วิสาขบูชาเวียนเทียนบูชาวันสำคัญพระพุทธคุณ