พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)

กรณียเมตตสูตร

กะระณียะเมตตะสุตตัง / เมตตสูตร / เมตตปริตร

พระสูตรว่าด้วยการเจริญเมตตาต่อสรรพสัตว์ ตรัสแก่ภิกษุที่ถูกเทวดารบกวนในป่า เป็นตำนานที่ 3 ของเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ
ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ
สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
กิจที่ผู้ฉลาดในประโยชน์ ผู้ปรารถนาจะบรรลุบทอันสงบ (พระนิพพาน) พึงกระทำ คือ พึงเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง ซื่อตรงอย่างยิ่ง ว่าง่าย อ่อนโยน และไม่ถือตัว
สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ
อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ
อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
พึงเป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย มีกิจธุระน้อย ดำรงชีวิตเรียบง่ายเบาสบาย มีอินทรีย์สงบ มีปัญญารักษาตน ไม่คะนอง และไม่ติดพันในตระกูลทั้งหลาย
นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ
เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ไม่พึงประพฤติสิ่งเล็กน้อยใด ๆ ที่วิญญูชนอื่นจะพึงติเตียนได้ (แล้วพึงเจริญเมตตาว่า) ขอสัตว์ทั้งปวงจงมีความสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด
เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ
ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
ทีฆา วา เย มะหันตา วา
มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา
สัตว์มีชีวิตเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่ว่าจะยังหวั่นไหวหรือมั่นคงแล้ว ทั้งหมดไม่มีเหลือ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวยาว ตัวใหญ่ ปานกลาง ตัวสั้น ตัวเล็ก หรือตัวอ้วน
ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา
เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
ภูตา วา สัมภะเวสี วา
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ทั้งที่เห็นแล้วและที่ยังไม่เห็น ทั้งที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้ ทั้งที่เกิดแล้วและที่กำลังแสวงหาที่เกิด ขอสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้นจงมีตนถึงความสุขเถิด
นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ
นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา
นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
บุคคลไม่พึงหลอกลวงกัน ไม่พึงดูหมิ่นใคร ๆ ในที่ไหน ๆ ไม่พึงปรารถนาทุกข์ให้แก่กันและกัน เพราะความโกรธหรือความคับแค้นใจ
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง
อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ
มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตน แม้ด้วยชีวิตฉันใด บุคคลพึงเจริญเมตตาจิตอันหาประมาณมิได้ ในสัตว์ทั้งปวงฉันนั้น
เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง
มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
พึงเจริญเมตตาจิตอันหาประมาณมิได้ ไปในโลกทั้งสิ้น ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และเบื้องขวาง ให้เป็นจิตไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู
ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา
สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
ผู้เจริญเมตตานั้น ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน ตราบใดที่ยังไม่ง่วง พึงตั้งสติไว้อย่างนี้ตราบนั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการอยู่เช่นนี้ว่าเป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้
ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา
ทัสสะเนนะ สัมปันโน
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ผู้เจริญเมตตาที่ไม่เข้าถึงความเห็นผิด เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ (โสดาปัตติมรรค) กำจัดความติดใจในกามทั้งหลายได้แล้ว ย่อมไม่กลับมานอนในครรภ์อีกอย่างแน่นอน ดังนี้แล

ที่มาของบทสวด

พระไตรปิฎก พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (เมตตสูตร) และสุตตนิบาต อุรควรรค (กรณียเมตตสูตร) เล่มที่ 25

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

กรณียเมตตสูตร (กะระณียะเมตตะสุตตัง) เป็นตำนานที่ 3 ของทั้งชุดเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) และสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) มี 10 คาถา แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก (คาถา 1–3) กล่าวถึงคุณสมบัติที่ผู้ปรารถนาพระนิพพานพึงมี 15 ประการ เช่น อาจหาญ ซื่อตรง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่ถือตัว สันโดษ เลี้ยงง่าย กิจน้อย ไม่คะนอง ส่วนที่สอง (คาถา 4–10) เป็นวิธีเจริญเมตตาต่อสัตว์ทุกจำพวกโดยไม่มีประมาณ เปรียบดังมารดารักษาบุตรคนเดียวด้วยชีวิต และจบด้วยผลของการเจริญเมตตาที่ควบคู่กับปัญญา คือการไม่ต้องกลับมาเกิดในครรภ์อีก

ตำนาน (เหตุที่ตรัส) อรรถกถาเล่าว่า ภิกษุ 500 รูปเรียนกรรมฐานจากพระพุทธเจ้าแล้วไปจำพรรษาในป่าใหญ่ใกล้เชิงเขาหิมพานต์ เหล่ารุกขเทวดาที่สถิตอยู่ในต้นไม้ต้องลงมาอยู่พื้นดินเพราะเกรงใจภิกษุผู้มีศีล เมื่อเห็นว่าจะต้องอยู่เช่นนั้นตลอดพรรษาก็ไม่พอใจ จึงแสดงรูปและเสียงอันน่ากลัวรบกวนจนภิกษุไม่อาจปฏิบัติได้ ต้องกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสสอนพระสูตรนี้ให้เป็นทั้งเครื่องคุ้มครองและเป็นกรรมฐาน เมื่อภิกษุกลับไปสวดและเจริญเมตตา เทวดาทั้งหลายก็เกิดความเลื่อมใสและช่วยอารักขา จนภิกษุทั้งหมดบรรลุพระอรหัตในพรรษานั้น

อานิสงส์และความเชื่อ ตามพระบาลีในอังคุตตรนิกาย ผู้เจริญเมตตาย่อมได้อานิสงส์ 11 ประการ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ เทวดาคุ้มครอง ไฟ ยาพิษ และศัสตราไม่กล้ำกราย ตายอย่างมีสติ และไปเกิดในพรหมโลก จึงถือเป็นพระปริตรป้องกันภัยจากอมนุษย์และผู้ที่คิดร้าย และเป็นบทที่พระป่านิยมสวดก่อนจำวัดหรือเมื่อเดินธุดงค์ในป่า

โอกาสที่ใช้ สวดในงานมงคลทั่วไปต่อจากรตนสูตร ในการสวดมนต์ทำวัตรเย็นของหลายวัด และการสวดมนต์ประจำวันของฆราวาสเพื่อแผ่เมตตา ในชุดสิบสองตำนานมีบทขัดนำหน้าที่ขึ้นต้นว่า "ยัสสานุภาวะโต ยักขา" กล่าวถึงอานุภาพที่ทำให้ยักษ์ไม่แสดงรูปน่ากลัว

เมตตาเจ็ดตำนานสิบสองตำนานพรหมวิหารป้องกันภัยอมนุษย์