พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)

ขันธปริตร

ขันธะปะริตตะคาถา / วิรูปักเข / อหิราชสูตร

คาถาแผ่เมตตาแก่ตระกูลพญางูทั้งสี่เพื่อป้องกันอสรพิษและสัตว์ร้าย พร้อมบทขัด "สัพพาสีวิสะชาตีนัง" เป็นตำนานที่ 4

(บทขัด)
สัพพาสีวิสะชาตีนัง
ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ
ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง
เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง
อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ
สัพพะทา สัพพะปาณินัง
สัพพะโสปิ นิวาเรติ
ปะริตตันตัมภะณามะ เห
(บทขัด) พระปริตรใด ย่อมกำจัดพิษอันร้ายแรงของอสรพิษทุกชนิด ดุจทิพยมนต์และทิพยโอสถ ทั้งยังป้องกันอันตรายที่เหลือทั้งปวงแก่สรรพสัตว์ ในทุกที่ทุกเวลา ภายในเขตอาณาแห่งพระพุทธศาสนา เราทั้งหลายจงสวดพระปริตรนั้นเถิด
วิรูปักเขหิ เม เมตตัง
เมตตัง เอราปะเถหิ เม
ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง
เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ
ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่พญางูตระกูลวิรูปักษ์ ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่พญางูตระกูลเอราบถ ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่พญางูตระกูลฉัพยาบุตร และขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่พญางูตระกูลกัณหาโคตมกะ
อะปาทะเกหิ เม เมตตัง
เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม
จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง
เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม
ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่สัตว์ไม่มีเท้า ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่สัตว์สองเท้า ขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่สัตว์สี่เท้า และขอไมตรีจิตของข้าพเจ้าจงมีแก่สัตว์มีเท้ามาก
มา มัง อะปาทะโก หิงสิ
มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก
มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ
มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท
ขอสัตว์ไม่มีเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ขอสัตว์สองเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ขอสัตว์สี่เท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ขอสัตว์มีเท้ามากอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า
สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา
สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา
สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ
มา กิญจิ ปาปะมาคะมา
ขอสัตว์ทั้งปวง ผู้มีลมหายใจทั้งปวง และภูตทั้งปวงทั้งสิ้น จงประสบแต่ความเจริญ ขอความชั่วร้ายอย่าได้มาถึงสัตว์ใด ๆ เลย
อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะรัพู มูสิกา
พระพุทธเจ้าทรงมีพระคุณหาประมาณมิได้ พระธรรมมีคุณหาประมาณมิได้ พระสงฆ์มีคุณหาประมาณมิได้ แต่สัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย คือ งู แมงป่อง ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก และหนู ล้วนมีประมาณ
กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานัง
ข้าพเจ้าได้ทำการรักษาแล้ว ได้ทำการป้องกันแล้ว ขอสัตว์ทั้งหลายจงหลีกไป ข้าพเจ้านั้นขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์

ที่มาของบทสวด

คาถาหลักมาจากพระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก จุลวรรค (ขุททกวัตถุขันธกะ) เล่มที่ 7, อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต อหิราชสูตร เล่มที่ 21 และขุททกนิกาย ชาดก ขันธปริตตชาดก เล่มที่ 27 ส่วนบทขัด "สัพพาสีวิสะชาตีนัง" แต่งภายหลังในลังกาโดยพระเถระผู้รวบรวมคัมภีร์ปริตร (จตุภาณวาร) ราวพุทธศตวรรษที่ 18–20

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

ขันธปริตร (ขันธะปะริตตะคาถา) เป็นตำนานที่ 4 ของทั้งชุดเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) และสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) เป็นคาถาแผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่ คือ วิรูปักษ์ เอราบถ ฉัพยาบุตร และกัณหาโคตมกะ ตลอดจนสัตว์ไม่มีเท้า สองเท้า สี่เท้า และมีเท้ามาก แล้วขออย่าให้สัตว์เหล่านั้นเบียดเบียน จากนั้นอ้างคุณอันหาประมาณมิได้ของพระรัตนตรัยเทียบกับสัตว์มีพิษซึ่งมีประมาณ แล้วประกาศว่าได้ทำการรักษาป้องกันแล้ว ขอให้สัตว์ทั้งหลายหลีกไป จบด้วยการนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์ ในชุดสิบสองตำนานมีบทขัด "สัพพาสีวิสะชาตีนัง" นำหน้า กล่าวว่าพระปริตรนี้กำจัดพิษร้ายดุจทิพยมนต์และทิพยโอสถ

ตำนาน (เหตุที่ตรัส) ตามพระวินัยและอหิราชสูตร ภิกษุรูปหนึ่งในกรุงสาวัตถีถูกงูกัดถึงแก่มรณภาพ พระพุทธเจ้าตรัสว่าหากภิกษุนั้นได้แผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่ ก็จะไม่ถูกงูกัด แล้วทรงอนุญาตให้ภิกษุสวดคาถานี้เพื่อคุ้มครองตน ส่วนขันธปริตตชาดกเล่าว่าในอดีตชาติพระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษี ได้สอนคาถานี้แก่หมู่ฤๅษีเพื่อป้องกันอสรพิษในป่าหิมพานต์

อานิสงส์และความเชื่อ เชื่อกันว่าป้องกันภัยจากงู สัตว์มีพิษ และสัตว์ร้ายทุกชนิด และเป็นเครื่องรักษาผู้สวดให้ปลอดจากยาพิษและคุณไสย เป็นพระปริตรที่ผู้ที่ต้องเดินทางในป่า ทำงานในไร่นา หรือพักอาศัยในถิ่นที่มีสัตว์ร้ายนิยมสวดเป็นประจำ ในความเชื่อเรื่องพระประจำวัน ยังจัดเป็นบทสวดบูชาพระประจำวันพุธกลางคืน (ปางป่าเลไลยก์) โดยสวด 12 จบ

โอกาสที่ใช้ พระสงฆ์สวดในงานมงคลทั่วไปต่อจากกรณียเมตตสูตร นิยมสวดในงานทำบุญบ้านใหม่ งานยกเสาเอก และงานเปิดที่ดินใหม่ พระธุดงค์นิยมสวดก่อนปักกลดในป่า

ป้องกันงูสัตว์มีพิษเจ็ดตำนานสิบสองตำนานแผ่เมตตาวันพุธ