บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำขอขมาพระรัตนตรัย

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

คาถาขอขมาโทษที่ล่วงเกินพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยกาย วาจา ใจ ใช้ก่อนสวดมนต์หรือปฏิบัติธรรม

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระพุทธเจ้า ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ขอพระพุทธเจ้าจงทรงรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระพุทธเจ้าในกาลต่อไป
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระธรรม ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ขอพระธรรมจงรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระธรรมในกาลต่อไป
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระสงฆ์ ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ขอพระสงฆ์จงรับซึ่งโทษล่วงเกินนั้น เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระสงฆ์ในกาลต่อไป

ที่มาของบทสวด

คาถาแต่งในยุคหลัง ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก ใช้ในบททำวัตรและก่อนเจริญกรรมฐานตามแบบวัดในประเทศไทย เช่น ปรากฏในหนังสือสวดมนต์แปลของวัดบวรนิเวศวิหารและสำนักวิปัสสนาต่าง ๆ

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำขอขมาพระรัตนตรัย เป็นคาถา 3 บท กล่าวขอขมาโทษที่ตนอาจได้ล่วงเกินพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยกาย วาจา หรือใจ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ พร้อมทั้งตั้งใจว่าจะสำรวมระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก ตามหลักพระพุทธศาสนา การเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วสำรวมระวังต่อไป ถือเป็นความเจริญในอริยวินัย (ดังปรากฏในพระสูตรหลายแห่งที่พระพุทธเจ้าทรงรับการขอขมาของผู้ที่ล่วงเกิน)

โอกาสที่ใช้ สวดหลังทำวัตรเช้า-เย็นหรือก่อนเจริญกรรมฐาน เพื่อชำระใจให้บริสุทธิ์ก่อนปฏิบัติ ใช้ในพิธีขอขมาก่อนบวช พิธีลาสิกขา และในการสวดมนต์ที่บ้านทั่วไป นิยมกราบ 1 ครั้งหลังจบแต่ละบท

ความเชื่อ เชื่อกันว่าการล่วงเกินพระรัตนตรัยแม้โดยไม่รู้ตัว เช่น พูดจาไม่เคารพ นั่งหันเท้าไปทางพระ เป็นเครื่องกั้นความเจริญในธรรม การขอขมาเป็นประจำจึงช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง ไม่มีเวรภัยติดตัว และเป็นการฝึกความอ่อนน้อม

ข้อสังเกต บทนี้ต่างจาก "คำขอขมาโทษพระสงฆ์" (อัจจะโย โน ภันเต) ซึ่งใช้กล่าวขอขมาต่อพระสงฆ์ที่มีชีวิตอยู่เป็นการเฉพาะ ส่วนบทนี้ใช้กล่าวต่อหน้าพระพุทธรูปได้โดยไม่ต้องมีพระสงฆ์

ขอขมาพระรัตนตรัยทำวัตรกรรมฐาน