พระปริตร (เจ็ดตำนาน – สิบสองตำนาน)
มงคลสูตร
มังคะละสุตตัง / มงคลปริตร / มงคล 38 ประการ
พระสูตรว่าด้วยมงคล 38 ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบเทวดา เป็นตำนานที่ 1 ของทั้งเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน
มังคะลานิ อะจินตะยุง
อากังขะมานา โสตถานัง
พรูหิ มังคะละมุตตะมัง
ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา
ปูชา จะ ปูชะนียานัง
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
วินะโย จะ สุสิกขิโต
สุภาสิตา จะ ยา วาจา
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
อะนากุลา จะ กัมมันตา
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ญาตะกานัญจะ สังคะโห
อะนะวัชชานิ กัมมานิ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
มัชชะปานา จะ สัญญะโม
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
อะโสกัง วิระชัง เขมัง
เอตัมมังคะละมุตตะมัง
สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ
ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ
ที่มาของบทสวด
พระไตรปิฎก พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (มงคลสูตร) และสุตตนิบาต จูฬวรรค (มหามงคลสูตร) เล่มที่ 25
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
มงคลสูตร (มังคะละสุตตัง) เป็นตำนานที่ 1 ของทั้งชุดเจ็ดตำนาน (จุลราชปริตร) และสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) เนื้อหาคือคำตอบของพระพุทธเจ้าต่อคำถามของเทวดาว่าอะไรคือมงคลอันสูงสุด พระองค์ตรัสตอบเป็นคาถา 10 บท รวมมงคล 38 ประการ เรียงลำดับจากพื้นฐานของชีวิตทางโลก เช่น การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต การบำรุงมารดาบิดา การงานที่ไม่คั่งค้าง ไปจนถึงมงคลขั้นสูงสุดทางธรรม คือการเห็นอริยสัจ การทำพระนิพพานให้แจ้ง และจิตที่ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม แล้วสรุปว่าผู้ปฏิบัติตามย่อมไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวงและถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง
ตำนาน (เหตุที่ตรัส) อรรถกถาเล่าว่า ชาวชมพูทวีปถกเถียงกันว่าอะไรเป็นมงคล บ้างว่าสิ่งที่ตาเห็น บ้างว่าเสียงที่ได้ยิน บ้างว่าสิ่งที่ได้สัมผัส ข้อถกเถียงนี้แพร่ไปจนถึงเทวโลก เป็นเวลานานถึง 12 ปี ในที่สุดท้าวสักกเทวราชจึงมอบให้เทวดาตนหนึ่งลงมาทูลถามพระพุทธเจ้า ณ พระเชตวัน พระองค์จึงตรัสมงคลสูตรนี้ เป็นการชี้ว่ามงคลที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สิ่งภายนอก แต่อยู่ที่การประพฤติปฏิบัติของตนเอง
อานิสงส์และความเชื่อ ถือเป็นพระปริตรเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยตรง เชื่อว่าการสวดและปฏิบัติตามย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความสวัสดี และความไม่พ่ายแพ้ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์ขึ้นบท "อะเสวะนา จะ พาลานัง" เจ้าภาพจะจุดเทียนน้ำมนต์ และประธานสงฆ์เริ่มทำน้ำพระพุทธมนต์ในบทนี้ จึงเรียกกันว่า "บทจุดเทียนน้ำมนต์"
โอกาสที่ใช้ สวดในงานมงคลทุกประเภท ทั้งงานทำบุญบ้าน งานมงคลสมรส งานทำบุญอายุ พิธีหลวง และการสวดพระปริตรประจำวัน นอกจากนี้ยังเป็นบทที่ใช้ในการ "สวดถอน" และ "สวดเบิก" ในบางท้องถิ่น ฆราวาสนิยมสวดเฉพาะส่วนคาถา 12 บท (จาก "พะหู เทวา" ถึงจบ) โดยละส่วนนิทานท้องเรื่อง "เอวัมเม สุตัง" ไว้ แต่พระสงฆ์จะสวดเต็มทั้งพระสูตร