บทสวดประจำวัน

บทแผ่เมตตาให้ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ

บทตั้งความปรารถนาดีต่อตนเองก่อนแผ่ไปยังผู้อื่น ขอให้ตนมีความสุข ปราศจากทุกข์ เวร และความเบียดเบียน

อะหัง สุขิโต โหมิ
นิททุกโข โหมิ
อะเวโร โหมิ
อัพยาปัชโฌ โหมิ
อะนีโฆ โหมิ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้มีความสุข
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความทุกข์
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากเวร
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความพยาบาทเบียดเบียน
ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ
ขอให้ข้าพเจ้าจงรักษาตนให้อยู่เป็นสุขเถิด

ที่มาของบทสวด

ประยุกต์จากวิธีเจริญเมตตาในคัมภีร์วิสุทธิมรรค (พรหมวิหารนิทเทส) ซึ่งสอนให้เริ่มแผ่เมตตาแก่ตนเองก่อนด้วยคำว่า อะหัง สุขิโต โหมิ นิททุกโข โหมิ… เป็นบทที่ใช้แพร่หลายในหนังสือสวดมนต์ไทย

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

บทแผ่เมตตาให้ตนเอง เป็นการตั้งจิตปรารถนาดีต่อตนเองก่อนเป็นอันดับแรก ตามหลักในคัมภีร์วิสุทธิมรรคที่ว่า ผู้เจริญเมตตาพึงเริ่มจากตนเองเพื่อใช้เป็นพยาน คือเมื่อเห็นว่าตนเองรักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด สัตว์อื่นก็เป็นฉันนั้น จิตจึงจะแผ่เมตตาไปยังผู้อื่นได้อย่างจริงใจ เนื้อความขอให้ตนมีความสุข ปราศจากทุกข์ ปราศจากเวร ปราศจากความพยาบาท ปราศจากความลำบากกายใจ และรักษาตนอยู่เป็นสุข

อานิสงส์ของการเจริญเมตตาตามอังคุตตรนิกาย (เมตตาสูตร) มี 11 ประการ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ เทวดารักษา ไฟ ยาพิษ และศัสตราไม่ทำอันตราย จิตตั้งมั่นเร็ว สีหน้าผ่องใส ไม่หลงตาย และเข้าถึงพรหมโลกหากยังไม่บรรลุธรรมที่สูงกว่า

ใช้สวดต่อจากบทสวดมนต์ประจำวันหรือหลังนั่งสมาธิ ก่อนบทแผ่เมตตาทั่วไป (สัพเพ สัตตา) และก่อนกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล นิยมสวดทั้งเช้าและก่อนนอน

ข้อสังเกต: หนังสือสวดมนต์บางฉบับมีเพียง 4–5 วรรค (ตัด อะนีโฆ โหมิ ออก) บางฉบับเพิ่มคำแปลไทยขยายความ เช่น "ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น" ทั้งหมดถือว่าเป็นบทเดียวกัน

แผ่เมตตาเมตตาสวดมนต์ประจำวันก่อนนอน