บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (สุปะฏิปันโน)
สังฆคุณ 9 / สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ / สังฆานุสสติ
บทสรรเสริญพระคุณของพระอริยสงฆ์ 9 ประการ ว่าเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ควรแก่การบูชา และเป็นเนื้อนาบุญของโลก
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติตรง
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติสมควร
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
นั่นแหละคือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้
ที่มาของบทสวด
พระไตรปิฎก ปรากฏหลายแห่ง เช่น ธชัคคสูตร (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค) และมหาปรินิพพานสูตร (ทีฆนิกาย มหาวรรค) เป็นพระพุทธพจน์แสดงสังฆานุสสติ ขยายความในวิสุทธิมรรค
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทสุปะฏิปันโน แสดงพระสังฆคุณ 9 ประการ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคุณที่เป็นเหตุ 4 ข้อ คือ ปฏิบัติดี (สุปะฏิปันโน) ปฏิบัติตรง (อุชุปะฏิปันโน) ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ (ญายะปะฏิปันโน) ปฏิบัติสมควร (สามีจิปะฏิปันโน) ส่วนหลังเป็นคุณที่เป็นผล 5 ข้อ คือ ควรแก่ของบูชา ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณาทาน ควรแก่การกราบไหว้ และเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก คำว่า "คู่แห่งบุรุษ 4 คู่ 8 บุรุษ" หมายถึงพระอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันถึงพระอรหันต์ ทั้งฝ่ายมรรคและฝ่ายผล ดังนั้นพระสงฆ์ในบทนี้จึงหมายถึงพระอริยสงฆ์เป็นหลัก แต่ชาวพุทธก็นับถือพระสมมติสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีเช่นกัน
ในธชัคคสูตร ทรงสอนให้ระลึกถึงพระสงฆ์ด้วยบทนี้เมื่อเกิดความกลัว การสวดพร้อมพิจารณาความหมายจัดเป็นสังฆานุสสติกรรมฐาน ตามประเพณีเชื่อว่าเป็นบทเสริมสิริมงคล ให้มีมิตรดี ได้พบกัลยาณมิตร และมีอานิสงส์ในการให้ทาน
ใช้สวดต่อจากบทสรรเสริญพระธรรมคุณในการสวดมนต์ประจำวัน ทำวัตรเช้า–เย็น สวดมนต์ก่อนนอน และในบทถวายพรพระ
ข้อสังเกต: คำว่า "ยะทิทัง" แปลว่า "ได้แก่สิ่งนี้" เป็นคำเชื่อมความ บทนี้ในทำนองสรภัญญะขึ้นต้นว่า "สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา"