ธัมมาภิถุติ
ธัมมาภิถุติ, บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (ทำวัตรเช้า)
บทที่ 4 ของทำวัตรเช้า สรรเสริญพระธรรมคุณ 6 ประการ แล้วนอบน้อมพระธรรมด้วยเศียรเกล้า
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก,
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ,
เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่ขึ้นกับกาลเวลา ควรเรียกให้มาดู,
ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน,
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ.
(กราบ)
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบ)
ที่มาของบทสวด
พระธรรมคุณ 6 ประการ (สวากขาโต… ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ) เป็นพระบาลีที่ปรากฏทั่วไปในพระสูตร เช่น ธชัคคสูตร (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค) และมหาปรินิพพานสูตร ผู้แต่งบทสวดปรับเป็นรูป "โย โส…" และเติมคำนอบน้อมท้ายบท จัดไว้ในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
บทที่ 4 ของทำวัตรเช้า "ธัมมาภิถุติ" คือการสรรเสริญพระธรรม สวดต่อจากพุทธาภิถุติ เนื้อหาคือพระธรรมคุณ 6 ประการ ได้แก่ สวากขาโต ตรัสไว้ดีแล้ว สันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติเห็นผลได้ด้วยตนเอง อะกาลิโก ให้ผลไม่จำกัดกาล เอหิปัสสิโก ท้าให้มาพิสูจน์ โอปะนะยิโก ควรน้อมเข้ามาปฏิบัติ และ ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน
บทนี้สั้นแต่มีความสำคัญ เพราะบอกลักษณะของพระธรรมว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องเชื่อตามคำบอกเล่า แต่เป็นสิ่งที่ทดลองปฏิบัติแล้วเห็นผลได้เอง ตามคัมภีร์ถือว่าการระลึกถึงพระธรรมคุณ (ธัมมานุสสติ) เป็นกรรมฐานอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตผ่องใส ปีติ และเกิดความกล้าหาญปราศจากความกลัว
โอกาสที่ใช้ สวดในทำวัตรเช้าทุกวัน ต่อจากพุทธาภิถุติ และกราบ 1 ครั้งเมื่อจบบท ในทำวัตรเย็นจะสวดพระธรรมคุณเดียวกันนี้ในรูปบทธัมมานุสสติแทน