บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำถวายสังฆทานอุทิศผู้ตาย (มตกภัต)

คำถวายมะตะกะภัตตานิ

คำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ "อิมานิ มะยัง ภันเต มะตะกะภัตตานิ"

อิมานิ มะยัง ภันเต มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายมตกภัต (ภัตตาหารเพื่ออุทิศแก่ผู้ตาย) พร้อมทั้งของบริวารเหล่านี้แด่พระภิกษุสงฆ์
สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ญาตะกานัง กาละกะตานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
ขอพระภิกษุสงฆ์โปรดรับมตกภัตพร้อมทั้งของบริวารเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ญาติทั้งหลายผู้ล่วงลับไปแล้ว มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย สิ้นกาลนานเทอญ

ที่มาของบทสวด

คำถวายทานแต่งเป็นภาษาบาลีในประเทศไทย ตามแบบในหนังสือมนต์พิธี (ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก) หลักการอุทิศทานแก่ผู้ล่วงลับมีที่มาในขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ติโรกุฑฑสูตร และอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ชาณุสโสณิสูตร

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำถวายมตกภัต (มะตะกะภัตตะ แปลว่า ภัตเพื่อผู้ตาย) เป็นคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานโดยตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ต่างจากคำถวายสังฆทานทั่วไปตรงที่เติมคำว่า "มะตะกะ" หน้า "ภัตตานิ" และท่อนท้ายขยายความว่า ขอให้เป็นประโยชน์และความสุขทั้งแก่ผู้ถวายเองและแก่ญาติผู้ล่วงลับ มีมารดาบิดาเป็นต้น

อานิสงส์และความเชื่อ ตามติโรกุฑฑสูตร ญาติผู้ล่วงลับที่ไปเกิดเป็นเปรตย่อมได้รับผลจากทานที่ญาติอุทิศให้ เช่นเดียวกับน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ และแม้ผู้รับไม่อยู่ในฐานะจะรับได้ ผู้ให้ก็ยังได้บุญเต็มที่ พิธีทำบุญอุทิศจึงเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี

โอกาสที่ใช้ งานทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน ทำบุญครบรอบวันตาย ทำบุญอัฐิ งานฌาปนกิจ และการทำบุญวันสงกรานต์หรือวันสารทที่อุทิศให้บรรพบุรุษ กล่าวหลังจากตั้งนะโม 3 จบ ก่อนประเคนภัตตาหาร จากนั้นเมื่อพระอนุโมทนาจึงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

ข้อสังเกต ถ้าอุทิศให้บุคคลเฉพาะ อาจเอ่ยนามผู้ล่วงลับในคำแปลภาษาไทยหลังกล่าวบาลีจบ

ถวายทานสังฆทานอุทิศส่วนกุศลงานศพงานอวมงคล