คำถวายภัตตาหาร / คำถวายของใส่บาตร
คำจบทาน (สุทินนัง วะตะ เม ทานัง)
คำอธิษฐานสั้น ๆ ก่อนตักบาตรหรือถวายภัตตาหาร ขอให้ทานที่ให้ดีแล้วนำมาซึ่งความสิ้นอาสวะ
อิทัง เม ทานัง นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ
ขอทานของข้าพเจ้านี้ จงเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานเถิด
ที่มาของบทสวด
คำอธิษฐานทานแบบไทย มีเค้าจากสำนวนในอรรถกถา (เช่น อรรถกถาธรรมบท) ที่กล่าวถึงการตั้งความปรารถนาเมื่อให้ทาน ไม่ปรากฏเป็นบทในพระไตรปิฎกโดยตรง ปรากฏในหนังสือสวดมนต์และหนังสือมนต์พิธีทั่วไป
คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด
คำถวายภัตตาหาร / คำถวายของใส่บาตร เป็นคำอธิษฐานสั้น ๆ ที่ผู้ทำบุญกล่าวในใจหรือกล่าวเบา ๆ ก่อนตักบาตรหรือยกภัตตาหารถวายพระ เรียกอีกอย่างว่า คำจบทาน เพราะใช้ "จบ" คือยกของขึ้นเหนือศีรษะอธิษฐานก่อนถวาย ใจความว่า ทานที่ให้นี้เป็นทานที่ให้ดีแล้ว ขอให้เป็นเหตุนำมาซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะกิเลส คือขอให้ถึงพระนิพพาน
ความหมาย ตามหลักพระพุทธศาสนา ทานจะมีผลมากเมื่อผู้ให้มีเจตนาบริสุทธิ์ทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ การตั้งความปรารถนาให้สิ้นอาสวะแทนการขอลาภยศ ถือเป็นการตั้งเป้าหมายของทานไว้สูงสุด ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในทานสูตรว่าทานที่ให้เพื่อประดับจิต เพื่อเป็นบริขารแห่งจิต มีผลมากที่สุด
โอกาสที่ใช้ ตักบาตรตอนเช้าหน้าบ้าน ตักบาตรในงานบุญ ถวายภัตตาหารเช้าหรือเพลที่วัด และก่อนถวายไทยธรรมหรือปัจจัยทุกชนิด ใช้ได้ทั้งเมื่อทำบุญคนเดียวและเป็นหมู่คณะ
ข้อสังเกต บทนี้ต่างจากคำถวายสังฆทานแบบเต็ม (อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ) ตรงที่ไม่ได้กล่าวถวายต่อสงฆ์โดยตรง แต่เป็นการอธิษฐานเฉพาะตน จึงเหมาะกับการตักบาตรที่ไม่มีการกล่าวคำถวายเป็นพิธีการ