บทสวดในพิธีกรรมและคำถวาย

คำถวายปัจจัย 4 และคำจบเงินทำบุญ

จะตุปัจจะยะทานะ

คำถวายปัจจัยสี่และคำอธิษฐานเมื่อถวายเงินทำบุญ "อิเม มะยัง ภันเต จะตุปัจจะเย" และ "สุทินนัง วะตะ เม ทานัง"

(คำถวายปัจจัย 4)
อิเม มะยัง ภันเต จะตุปัจจะเย อิธะ อาหะริตวา ภิกขุสังฆัสสะ นิยยาเทมะ
(คำถวายปัจจัย 4)
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายนำปัจจัยสี่เหล่านี้มา ณ ที่นี้ ขอมอบถวายแด่พระภิกษุสงฆ์
สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิเม จะตุปัจจะเย ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
ขอพระภิกษุสงฆ์โปรดรับปัจจัยสี่เหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ
(คำจบเงินทำบุญ)
สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ
(คำจบเงินทำบุญ)
ทานของข้าพเจ้าเป็นอันให้ดีแล้วหนอ ขอจงนำมาซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะกิเลส และจงเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานเถิด

ที่มาของบทสวด

คำถวายทานแต่งเป็นภาษาบาลีในประเทศไทย ตามแบบในหนังสือมนต์พิธีและหนังสือศาสนพิธีของวัดต่าง ๆ (ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก) เรื่องปัจจัย 4 มีในพระวินัยปิฎกทั่วไป

คำอธิบาย · อานิสงส์ · โอกาสที่ใช้สวด

คำถวายปัจจัย 4 ใช้เมื่อถวายเครื่องอุปโภคบริโภคที่รวมกันเป็นชุด คือ จีวร (เครื่องนุ่งห่ม) บิณฑบาต (อาหาร) เสนาสนะ (ที่อยู่อาศัยหรือเครื่องใช้) และคิลานเภสัช (ยา) หรือใช้ในความหมายกว้างคือถวายสิ่งจำเป็นทั้งหลายรวมทั้งปัจจัยที่เป็นเงินซึ่งวัดจะนำไปจัดหาปัจจัยสี่ต่อไป คำว่า นิยยาเทมะ แปลว่า มอบถวาย

คำจบเงินทำบุญ คือคำอธิษฐานเมื่อยกเงินหรือซองปัจจัยขึ้น "จบ" เหนือศีรษะก่อนใส่ตู้ทำบุญหรือถวายผ่านไวยาวัจกร ใจความว่าทานนี้ให้ดีแล้ว ขอเป็นเหตุให้สิ้นอาสวะและเป็นปัจจัยแก่พระนิพพาน สะท้อนหลักที่ว่าการทำทานควรมุ่งเป้าไปที่การละกิเลส ไม่ใช่เพียงหวังโภคทรัพย์

ข้อควรทราบ ตามพระวินัย พระภิกษุไม่รับเงินทองด้วยตนเอง (นิสสัคคิยปาจิตตีย์ โกสิยวรรค) การถวายเงินจึงควรถวายผ่านไวยาวัจกรหรือใส่ตู้ของวัด และกล่าวปวารณาว่าเป็นค่าปัจจัยสี่ตามที่พระประสงค์ ธรรมเนียมไทยจึงมีคำปวารณาปัจจัย 4 เป็นภาษาไทยว่า "ข้าพเจ้าขอปวารณาปัจจัยสี่แด่พระภิกษุสงฆ์ ท่านประสงค์สิ่งใดขอได้โปรดเรียกร้องจากไวยาวัจกร"

โอกาสที่ใช้ ถวายซองปัจจัยในงานทำบุญ ถวายเป็นค่าน้ำค่าไฟหรือค่าภัตตาหารแก่วัด ทำบุญตู้ ทอดผ้าป่า และการบริจาคสร้างถาวรวัตถุ

ถวายทานปัจจัยเงินทำบุญปวารณา